สูตรขนมถ้วยอัญชัน หวานมันอร่อยลงตัว

สูตรขนมถ้วยอัญชัน เป็นขนมไทยที่มีรสชาติหวานตัดเค็ม

สูตรขนมถ้วยอัญชัน กินหลังมื้ออาหาร เป็นการล้างปากได้ดีสุดๆ แต่ขนมถ้วยทั่วไปที่เรากินกันเป็นประจำ มักจะเจอเป็นสีเขียวที่ทำจากใบเตย วันนี้เราลองมาดัดแปลง ปรับเปลี่ยนสีด้วยดอกไม้ไทยอย่างดอกอัญชัน ให้ขนมถ้วยกลายเป็นสีฟ้าน่ารับประทานมากยิ่งขึ้นกับสูตร ขนมถ้วยอัญชัน ค่ะ

ส่วนผสม

แป้งข้าวเจ้า 25 กรัม
แป้งถั่วเขียว 1 ½ ช้อนชา
แป้งท้าว 1 ½ ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 70 กรัม
กะทิ 120 มิล
น้ำอัญชัญ 5 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวเจ้า 15 กรัม
กะทิ 150 มิล
เกลือ ½ ช้อนชา

วิธีทำ

1. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งท้าวยายม่อม และ แป้งถั่วเขียว เข้าด้วยกัน ใส่น้ำดอกอัญชัน น้ำตาลปี๊บลงไป ตามด้วยน้ำกะทิ คนจนน้ำตาลปี๊บละลายและทุกอย่างเข้ากัน เสร็จแล้วก็วางพักไว้
2. นึ่งถ้วยรอไว้ 10 นาที จากนั้นก็ตักขนมลงไปให้ได้ 3/4 ของถ้วย ปิดฝานึ่งต่ออีก 5 – 7 นาที
3. ทำตัวหน้าขนมโดยผสมกะทิกับเกลือ และใส่แป้งข้าวเจ้าลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน เปิดฝาแล้วหยอดหน้าขนมลงไป ปิดฝานึ่งต่ออีก 5 นาที
4. เสร็จแล้วก็นำขนมออกมาจากเตานึ่ง วางพักไว้ให้เย็นเพื่อนให้ขนมแข็งตัวไม่เละ เสร็จแล้วก็แคะขนมถ้วยใส่จานเสิร์ฟ หรือจะเสิร์ฟพร้อมถ้วยเลยก็ได้ค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://food.mthai.com

สาคูเปียก ขนมไทยหวานอร่อยหอมกะทิ

สาคูเปียก ถือเป็นขนมไทยอีกชนิดที่หลายคนนิยม

สาคูเปียก กับ รสชาติหวาน ๆ หอม ๆ ลื่นคอ หาซื้อมารับประทานได้ค่อนข้างง่ายทีเดียว ตามร้านขนมไทยก็มักจะตักใส่ถุงแยกกะทิวางขายให้เห็นอย่างคุ้นตา แต่รู้หรือไม่ว่า ถ้าอยากจะทำเองก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด วันนี้เราก็ไม่ลืมที่จะนำสูตรและวิธีทำมาฝากให้ลองทำกันนะคะ

สิ่งที่ต้องเตรียม

สาคูเม็ดเล็ก 1/2 ถ้วย
น้ำ 2 ถ้วย
เมล็ดข้าวโพด 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
กะทิสำเร็จรูป 1/2 ถ้วย
เกลือป่น เล็กน้อยสำหรับปรุงรส

วิธีทำ
1. ล้างสาคูในน้ำให้สะอาด เตรียมไว้
2. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนเดือด ใส่เม็ดสาคูลงต้มจนสุก และใส จากนั้นใส่เมล็ดข้าวโพด และน้ำตาลทราย ต้มต่อจนเดือด ตักใส่ถ้วย เตรียมไว้
3. ใส่กะทิลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน เติมเกลือป่นเล็กน้อย ต้มจนเดือด และข้น จากนั้นตักหยอดหน้าสาคูเปียกที่เตรียมไว้ พร้อมรับประทาน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

สูตรยำแหนมข้าวทอด เมนูยำตามสั่ง อร่อยจัดจ้านทำเองได้ไม่ต้องสั่ง

สูตรยำแหนมข้าวทอด ตามร้านยำตามสั่งจะใส่หนังหมู ใครไม่กินก็จบ !

สูตรยำแหนมข้าวทอด แต่สำหรับยำแหนมข้าวทอดสูตรนี้ใส่หมูสับแทนหนังหมู พร้อมกับวิธีทำข้าวทอดกรอบอร่อย

ส่วนผสม ข้าวทอด
-ข้าวสวยหุงสุก
-น้ำพริกแกงเผ็ดสำเร็จรูป
-ไข่ไก่
-แป้งทอดกรอบ
-น้ำตาลทราย
-เกลือ
-น้ำมันพืช (สำหรับทอด)

ส่วนผสม ยำแหนมข้าวทอด
-แหนม
-หมูสับ
-ขิงซอย
-พริกป่น
-น้ำปลา
-มะนาว
-ต้นหอม
-ผักชี
-ถั่วลิสง

วิธีทำยำแหนมข้าวทอด
1. นำข้าวที่หุงมาผสมน้ำพริกแกงเผ็ด ไข่ไก่ แป้งทอดกรอบ น้ำตาลทราย และเกลือ ปั้นเป็นก้อนกลม
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไปให้ท่วมหน่อย รอจนเดือดใส่ข้าวปั้นลงไป กลิ้งไปกลิ้งมาจนข้าวพองและกรอบนอกนุ่มใน ใส่หมูสับลวกลงไป แล้วเอาแหนมไปนึ่งสักนิดก่อนใส่ลงไป
3. ตามด้วยขิงซอย พริกป่น น้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำมะนาว ต้นหอม ผักชี ถั่วลิสง และข้าวทอดที่เตรียมไว้ขยี้ลงไป คลุก ๆ ขยำ ๆ จนเข้ากัน ตักใส่จาน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

สูตรผัดผักรวม สูตรเมนูกับข้าวยอดฮิต ประจำร้านข้าวแกงไปเมื่อไรก็เจอ

สูตรผัดผักรวม เอ่ยถึงเมนูผัดผักรวมเชื่อว่าต้องเห็นทุกวันตามร้านข้าวแกงแน่นอน

สูตรผัดผักรวม แต่บางครั้งผักที่อยากกินก็ไม่ใช่ที่เขาทำ เพื่อตัดปัญหาทำเองกันเลย สูตรจาก เฟซบุ๊ก ทำอาหารในแบบง่าย ๆ ตามสไตล์ Rita จับผักตามชอบผัดกับหมูกรอบ หรือใส่เต้าหู้แทนก็ได้

ส่วนผสม ผัดผักรวม

• กระเทียมบุบ 2-3 กลีบ
• น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
• ผักรวม 400 กรัม
• น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
• ซอสหอยนางรม 3 ช้อนโต๊ะ
• ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย
• หมูกรอบ 100 กรัม

วิธีทำผัดผักรวม

• 1. ใส่กระเทียมกับน้ำมันพืชลงในกระทะ เปิดไฟแรงสุด
• 2. พอกระเทียมเริ่มหอม ให้ใส่ผักที่สุกยากลงไปผัดก่อน
• 3. ตามด้วยผักอื่น ๆ
• 4. ใส่น้ำเปล่าลงไปผัดพอน้ำระเหยสักครู่
• 5. ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากัน
• 6. ใส่หมูกรอบลงไปแล้วผัดให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

สรรพคุณผักกาดขาว สรรพคุณดี๊ดี แก้ท้องผูก บรรเทาหวัดก็ได้

สรรพคุณผักกาดขาว เป็นผักที่หากินได้ทุกฤดู

สรรพคุณผักกาดขาว ที่สำคัญยังนำมาทำอาหารได้หลายเมนู รสชาติก็ออกหวาน ๆ กรอบ ๆ อร่อยอย่าบอกใครเลยเนอะ และในเมื่อผักกาดขาวปั๊วะขนาดนี้เราก็ไม่อยากพลาดสรรพคุณของผักกาดขาว ต้องหยิบมาเสนอให้ได้รู้โดยทั่วกัน

ผักกาดขาว ผักนี้มีที่มา

ผักกาดขาวเป็นผักที่เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน โดยมีการค้นพบเมล็ดผักกาดขาวในหลุมศพของชาวจีนโบราณ ทั้งนี้ชาวจีนจะเรียกผักกาดขาวว่า แปะฉ่าย (แต้จิ๋ว) และผักกาดขาวยังถือเป็นอาหารสำคัญของชาวจีนโบราณอีกด้วย

ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์ของผักกาดขาวคือ Brassica Chinensis L. ผักกาดขาวเป็นพืชในวงศ์ Brassicaceae มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Chinese White Cabbage

ลักษณะผักกาดขาว

ลักษณะของผักกาดขาวใบจะอยู่ในลักษณะห่อปลียาวหรืออาจห่อหลวม ๆ สีของใบเป็นสีขาวอมเหลืองไปจนถึงสีเขียวอ่อน ๆ ผักกาดขาวเป็นพืชอายุสั้น โดยมีอายุแค่ปีเดียว มีระบบรากตื้น ดอกมีสีเหลืองยาวประมาณ 1 เซนติเมตร

คุณค่าทางโภชนาการของผักกาดขาว

ผักกาดขาวปริมาณ 100 กรัม ให้คุณค่าทางโภชนาการดังที่กองอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุไว้ตามนี้

– พลังงาน 11 กิโลแคลอรี

– น้ำ 96.6 กรัม

– โปรตีน 1.5 กรัม

– ไขมัน 0.1 กรัม

– คาร์โบไฮเดรต 1.1 กรัม

– ไฟเบอร์ 0.5 กรัม

– เถ้า 0.7 กรัม

– แคลเซียม 7 มิลลิกรัม

– ฟอสฟอรัส 20 มิลลิกรัม

– ธาตุเหล็ก 0.4 มิลลิกรัม

– เบต้าแคโรทีน 11 ไมโครกรัม

– วิตามินเอรวม 2 ไมโครกรัม

– ไทอามิน 0.07 มิลลิกรัม

– ไรโบฟลาวิน 0.24 มิลลิกรัม

– ไนอะซิน 1.2 ไมโครกรัม

– วิตามินซี 52 มิลลิกรัม

ผักกาดขาว สรรพคุณดี๊ดี

1. แก้ท้องผูก

ผักกาดขาวมีไฟเบอร์สูง ช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้ อีกทั้งในตำรายาจีน ผักกาดขาวมีรสหวาน รสไม่ร้อนไม่เย็น ช่วยระบายอุจจาระ ลดอาการอึดอัด นอกจากนี้ในผักกาดขาวยังมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มาก จึงช่วยในการย่อยอาหาร ช่วยถนอมน้ำในลำไส้ บรรเทาอาการอุจจาระแข็ง

2. แก้หวัด

จะเห็นได้ว่าผักกาดขาวเป็นผักที่มีวิตามินซีค่อนข้างสูง มีส่วนกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันหวัด และช่วยบรรเทาอาการหวัดได้ โดยสามารถกินเมนูผักกาดขาวหรือจะนำรากผักกาดขาว 1 กำมือ มาต้มน้ำดื่มก็ได้เช่นกัน

3. แก้ไอ

มีการศึกษาพบว่า ผักกาดขาวมีวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม และสารอาหารต่าง ๆ ที่ช่วยต้านอาการอักเสบ และแก้ไอได้

4. แก้เมาค้าง

ผักกาดขาวมีฤทธิ์ขับสุราทางปัสสาวะ ลดความร้อนรุ่มบริเวณอก เนื่องจากผักกาดขาวมีน้ำเป็นส่วนประกอบมากนั่นเอง หากเมาค้างลองกินต้มจืดผักกาดขาวสักถ้วยก็น่าจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ไม่มากก็น้อยค่ะ

5. แก้พิษจากการกินมันสำปะหลังดิบ

ต้นผักกาดขาว นำมาต้มเอาน้ำดื่มจะช่วยแก้พิษจากการรับประทานมันสำปะหลังดิบได้

6. บรรเทาผิวหนังอักเสบ

ผักกาดขาวสามารถบรรเทาอาการผิวหนังอักเสบจากการแพ้ได้ด้วย โดยนำผักกาดขาวสด ล้างให้สะอาด แล้วนำมาตำพอแหลก จากนั้นให้นำมาพอกแก้ผิวหนังอักเสบได้เลย

ผักกาดขาว ทำเมนูอะไรได้บ้าง

– 7 เมนูจากผักกาดขาว อร่อยย่อยง่ายไม่จำเจ ผักเน้น ๆ

ข้อควรระวังในการกินผักกาดขาว

1. สำหรับผู้ที่มีกระเพาะเย็น กล่าวคือ มีอาการแน่นท้อง อาหารไม่ย่อย อาเจียน ไม่ควรกินผักกาดขาวมาก เพราะอาจทำให้อาเจียน มีน้ำลายเป็นฟองได้

2. ควรเลือกกินผักกาดขาวที่สดใหม่ ไม่เน่า ไม่เสีย และควรล้างให้สะอาดก่อนกินทุกครั้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com

สูตรก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ใส่ปลาหมึกกรอบหอมกลิ่นก้นกระทะ พร้อมสูตรหมักไก่นุ่ม

สูตรก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ สูตรอาหารจานเดียวใส่ปลาหมึกกรอบ

สูตรก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ผัดจนหอมกลิ่นกระทะไหม้ เอาล่ะ… เตรียมจานชามมาต่อคิวรอได้เลย

เอ่ยถึงก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่เยาวราชกับก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ราชวัตร แม้จะอร่อยแต่ขี้เกียจต่อคิวซื้อ วันว่าง ๆ ลองมาทำเองดีไหม รับรองอร่อยไม่แพ้ที่ไหนแน่นอน กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ สูตรจาก คุณ maekwansri สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม (#maekwansri) จับไก่หมักผัดกับปลาหมึกกรอบ ตอกไข่เคล้ากับเส้นใหญ่ สุดท้ายใส่ต้นหอม และโรยปาท่องโก๋ตัวเล็ก กินกับซอสพริกยิ่งอร่อย ใครอยากดัดแปลงทำก๋วยเตี๋ยวคั่วกุ้งหรือก๋วยเตี๋ยวคั่วหมูก็เข้าท่านะคะ

ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ใส่เครื่องเยอะ ๆ โดย คุณ maekwansri สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม (#maekwansri)

ช่วงวันหยุดยาวมาชวนทำก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่กินกัน เหมาะที่จะทำกินกันในครอบครัว เป็นอีกเมนูที่เราชอบกิน เห็นร้านขายไม่ได้ต้องซื้อกินตลอด แถวบ้านไม่มีร้านขาย ต้องทำกินเองจ้า

ส่วนผสม ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่

• เส้นก๋วยเตี๋ยว
• สันในไก่
• ปลาหมึกกรอบ
• ไข่
• น้ำมันหอย
• ซีอิ๊วขาว
• น้ำตาลทราย
• พริกไทย
• แป้งข้าวโพด
• น้ำมันงา
• ต้นหอมซอย
• ผักกาดหอม
• พริกไทย
• ปาท่องโก๋ตัวเล็กทอดกรอบ
• น้ำมัน
วิธีทำก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่

1. หมักไก่ด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย พริกไทย แป้งข้าวโพด และน้ำมันงา คลุกเคล้าให้เข้ากัน เก็บไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหรือทั้งคืน
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันรอจนร้อนจัด ใส่ไก่หมักลงไปผัด ตามด้วยปลาหมึกกรอบ ผัดให้เข้ากัน
3. ตอกไข่ลงไป เกลี่ยไข่ให้พอแตกทิ้งไว้ 30-45 วินาที ใส่ก๋วยเตี๋ยวลงไป ปรุงรสตามชอบ ผัดให้เข้ากัน ทิ้งไว้ให้เส้นเกรียมเล็กน้อย
4. ใส่ต้นหอมซอยลงไป ผัดให้เข้ากัน ตักใส่จานรองผักกาดหอม โรยพริกไทยและปาท่องโก๋ทอดกรอบ เสิร์ฟพร้อมซอสพริก และพริกน้ำส้มได้เลย
ไม่ใส่ซอสเหยาะพริกไทยก็อร่อย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

มาม่าต้มยำ สูตรอาหารมื้อดึก ถอดแบบสตรีตฟู้ดเจ้าดัง ทำเองได้แบบโฮมเมด

มาม่าต้มยำ เอ่ยถึงมาม่าโอ้โหหรือมาม่าเจ๊โอวหลายคนคงร้องอ๋อ… ยาว ๆ

มาม่าต้มยำ เพราะเป็นอาหารมื้อดึกแนวสตรีตฟู้ดสุดฮิต ใครขี้เกียจไปต่อคิวซื้อหรือแต่งตัวออกจากบ้านดึกดื่น ลองมาทำเองกันเถอะ พบกับวิธีทำมาม่า สูตรเครื่องแน่นใส่หมูทอด หมูบด กุ้งชุบแป้งทอด ผักลวก และไข่ดิบ ปรุงรสด้วยเครื่องต้มยำสุดเข้มข้น

-ส่วนผสม มาม่าโอ้โห
-เนื้ออกไก่ เนื้อหมู หรือกุ้ง
-เกลือป่น เล็กน้อย
-พริกไทยป่น เล็กน้อย
-หมูบด 200 กรัม
-น้ำมันหอย
-ซีอิ๊วขาว
-น้ำตาลทราย
-ไข่ไก่ 4 ฟอง
-บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสต้มยำกุ้ง
-น้ำมันพืชสำหรับทอด
-แป้งชุบทอด
-กะหล่ำปลีซอย (ผักบุ้งหรือผักกาดขาว ตามชอบ)
-ผักชีฝรั่งซอย (โรยหน้า)
-มะนาว

วิธีทำมาม่าโอ้โห
1. ทำหมูทอดโดยหั่นเป็นแผ่นค่อนข้างหนาและใหญ่ (เวลาหั่นออกมาเป็นแผงจะได้เรียงสวย ๆ) นำไปหมักกับเกลือป่นและพริกไทยป่นให้พอมีรสชาติ (ระวังอย่าเค็มเกินไป) หมักเตรียมไว้
2. ผสมหมูบดกับน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และไข่ไก่ 1 ฟองเข้าด้วยกัน นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 20 นาที
3. ต้มน้ำจนเดือด ตักเนื้อหมูบดหมักเครื่องเป็นก้อน ๆ ลงไปลวกจนสุก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ พักไว้
4. ตีไข่ไก่อีก 1 ฟองพอแตก เตรียมไว้สำหรับชุบทอด และเตรียมแป้งชุบทอดใส่จานไว้ให้พร้อม จากนั้นใส่น้ำมันลงในกระทะแล้วนำขึ้นตั้งไฟ พอน้ำมันร้อน นำหมูที่หมักไว้ลงไปคลุกกับแป้งชุบทอดให้ทั่ว แล้วนำไปชุบไข่ไก่ให้ทั่ว สุดท้ายชุบแป้งอีกครั้ง และทำแบบเดียวกันกับกุ้ง
5. นำหมูกับกุ้งชุบแป้งลงไปทอด ด้วยไฟกลาง ค่อยๆ ทอดจนเหลืองดีแล้วก็ตักขึ้นพักไว้
6. ใส่น้ำลงในหม้ออีกใบ ต้มจนเดือดแล้วใส่ผักและเส้นมาม่าลงไปลวกตามชอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำเตรียมไว้
7. ใส่เครื่องมาม่าลงในน้ำซุปที่ต้มหมูบดไว้ บีบมะนาวลงไปเล็กน้อย คนผสมให้เข้ากัน
8. นำเส้นมาม่าลวกสุกใส่ลงในชาม ตามด้วยผักลวก หมูบดลวก จากนั้นตักน้ำซุปต้มยำร้อน ๆ ลงไป ตามด้วยหมูทอดหั่นเป็นชิ้น ๆ ตอกไข่ไก่ดิบลงไปโรยด้วยผักชีฝรั่งซอย และมะนาวฝานบาง ๆ พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

สูตรขนมตาล สูตรขนมไทย เมนูลูกตาล เมนูนึ่ง อร่อย ทำจากลูกตาล

สูตรขนมตาล ขนมไทย เมนูขนมนึ่ง

สูตรขนมตาล อร่อย ทำจากลูกตาล นำมาคั้นผสมแป้ง และนึ่ง สูตรแป้งขนมตาลทำอย่างไร เคล็ดลับการทำขนมตาล เนื้อขนมเนียนๆ

สูตรอาหารยอดนิยม สำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ ขนมไทยโบราณ เมนูขนมนึ่ง ขนมไทยจากลูกตาล เป็น อาหารขึ้นชื่อของ ตลาดดอนหวาย คือ ขนมตาลป้าไข่ เอาลูกตาล แป้ง และส่วนผสมอื่นๆ มาผสมกัน และนำไปนึ่ง ขนมตาลอร่อยๆ ลองเอาสูตรนี้ไปองทำดู สูตรขนมตาล เป็น ขนมพื้นบ้าน อร่อยๆ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรัก การทำอาหาร เมนูขนมตาล

ส่วนผสมสำหรับทำขนมตาล

-ผลตาลสุก 1 ผล
-ข้าวสารเก่า 2 ถ้วย
-แป้งท้าวยายม้อม 2 ช้อนโต้ะ
-น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
-เนื้อมะพร้าวขูด 2 ถ้วย
-เกลือ 1 ช้อนชา

ขั้นตอนการทำขนมตาล

1.ปลอกเปลือกลูกตาลออกจากนั้นขูดเอาแต่เนื้อลูกตาลสีเหลืองออก และนำตัวลูกตาลไปแช่น้ำไว้จนเนื้อลูกตาลละลายออกหมด
2.จากนั้นใช้ผ้าห่อเนื้อลูกตาลผูกมัดปากไว้ให้แน่นแขวนไว้ให้แห้ง
3.นำข้าวสารไปแช่น้ำไว้ให้เนื้อข้าวสารอ่อน จากนั้นนำไปโม่ให้ละเอียด แล้วทับให้แห้ง
4.ผสมข้าวสารที่โม่ไว้แล้วกับ แป้งท้าวยายม่อม และ ลูกตาลที่ทับจนแห้งแล้ว นวดให้ส่วนผสมนุ่มเป็นเนื้อเดียวกันโดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที จากนั้นใส่ น้ำตาล สลับกับ หัวกะทิ ลงไป นวดจนส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นพักแป้งไว้ประมาณ 5-10 ชั่วโมง
5.นำแป้งที่พักไว้แล้วใส่แม่พิมพ์ นำไปนึ่งให้สุกฟูจากนั้นโรย มะพร้าวขูด ด้านบนขนมตาล แกะออกจากแม่พิมพ์
6.เสริฟ ขนมตาล ใส่จานขนม

เคล็ดลับการทำขนมตาล

-การคั้นเนื้อลูกตาล มีความสำคัญ การคั้นเนื้อลูกตาล เนื้อลูกตาลจะได้สีเหลืองๆ
-แป้งสำหรับนำมาผสมกับเนื้อลูกตาล ให้ ใช้ข้าวสารโม่ แป้งที่ได้จากการโม่ เป็น เคล็ดลับความอร่อยของขนมตาล จะทำให้-แป้งเนื้อเนียนอร่อย
แป้งท้าวยายม้อม จะทำให้ เนื้อแป้ง มีความหนียวนุ่ม
-มะพร้าวขูด ให้นำไปนึ่งก่อน การนึ่งมะพร้าวขูด ทำให้เนื้อมะพร้าวไม่บูด หากไม่นำไปนึ่งก่อน มะพร้าวจะบูดกินไม่ได้
-ขนมตาลต้องกินแบบร้อนๆ จะอร่อยกว่าการกินแบบเย็นๆ

สูตรขนมตาล เนื้อนุ่ม ๆ ทำเองง่าย ๆ เมนูขนมไทย หอม ๆ วิธีทำขนมตาล  เป็น ขนมไทย ดั้งเดิม เนื้อขนมมีลักษณะเป็นแป้งสีเหลืองเข้ม นุ่ม ฟู มีกลิ่นตาลหอมหวานขนมตาลทำจากเนื้อตาลจากผลตาลที่สุกงอม แป้งข้าวเจ้า กะทิ

ขนมพื้นบ้าน ที่ทำมาจากเนื้อตาลสุก มีลักษณะเป็นก้อนฟู สีเหลือง มีรสหวาน และมีกลิ่นหอมของ เนื้อตาล ขนมตาล ขนมไทยสูตรดั้งเดิม เนื้อขนมตาล จะเป็นแป้งสีเหลือง นุ่ม ฟู กลิ่นหอมจากเนื้อตาล สำหรับปัจจุบัน สามารถหาขนมตาลรสแบบะรรมชาติยาก เนื่องจากการปลูกต้นตาลมีน้อยลงมาก ขนมตาลจะมีเนื้อตาลน้อย เนื้อขนมกระด้าง และไม่หอมหวานอร่อย ขนมตาลป้าไข่ เป็นสุตรขนมหวานไทย ที่ยังได้รับความนิยม ในตลาดน้ำดอนหวาย เนื่องจากดอนหวาน เป้น แหล่งทำสวน สามารถหาผลตาลได้ง่าย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

สูตรก๋วยเตี๋ยวต้มยำ สูตรโบราณเครื่องแน่นอร่อยครบ ชามเดียวอิ่มฟินทั้งวัน

สูตรก๋วยเตี๋ยวต้มยำ หลายวันมานี้กินแต่ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำใสสลับกับก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตกจนเอียนสุดติ่งแล้วล่ะ

สูตรก๋วยเตี๋ยวต้มยำ เมื่อเช้าเห็นเพื่อนกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำจึงอยากกินบ้าง แต่ไม่เคยทำนี่สิ จะหาสูตรต้มยำจากไหนกันคะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ สูตรจาก คุณ tukata001 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ชามนี้จัดเต็มหมูสับ ลูกชิ้น และเครื่องใน พร้อมสูตรน้ำยำใส่กากหมูกระเทียมเจียว ใครอยากกินแบบแห้งก็ได้เช่นกัน หรือจะดัดแปลงเป็นก๋วยเตี๋ยวไข่ต้มยำก็เข้าท่านะคะ เครื่องพร้อม เส้นพร้อม อย่าชักช้าเข้าครัวกันเลย

ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ สูตรโบราณ by ครัวตุ๊กตา โดย คุณ tukata001 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

สวัสดีวันจันทร์ วันทำงานวันแรกในประเทศไทยนะคะ ว่าแต่มีเมนูกลางวันทานกันหรือยังคะ ตาทำก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ อร่อย ๆ มาฝากค่ะ แถมก๋วยเตี๋ยวแห้งอีกชามด้วย จะสั่งเพิ่มก็ได้นะคะ ตาทำหม้อใหญ่เลยค่ะ ไม่อั้นค่ะ ตอนอยู่เมืองไทย ชอบกินก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กต้มยำมาก ชอบร้านหนึ่งที่ชัยนาท อาแปะที่ท่ารถสองแถวเขาขายก๋วยเตี๋ยวต้มยำแบบโบราณ อร่อยมาก ชามเล็ก ๆ ยังติดใจรสชาติมาถึงทุกวันนี้ วันนี้เราไปทำก๋วยเตี๋ยวกันดีกว่าค่ะ รูปเยอะนะคะ ตาเอาลงแบบละเอียด ตามระเบียบนะคะ ไม่อยากอ่านเชิญกดลงไปด้านล่างนะคะ ตาทำเป็นวิดีโอแบบละเอียดให้พร้อมแล้วค่ะ

ส่วนผสม น้ำซุปก๋วยเตี๋ยว

• น้ำเปล่า 1 หม้อ
• กระดูกหมู 500 กรัม
• รากผักชี 3 ราก
• กระเทียม 1 หัวใหญ่
• พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ
• เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียมดอง 2 หัว พร้อมน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ


​​​​►​ ​ขออวดหน่อยเถอะค่ะ รากผักชีนี้ ตาปลูกเองเลยค่ะ เพิ่งไปถอนต้นมาจากหลังบ้าน อยู่อเมริกามันหายากยิ่งกว่าทองอีกค่ะเจ้ารากผักชีเนี่ย ต้องปลูกเองถึงจะได้มา คนอยู่เมืองไทยหารากผักชีได้ง่าย ๆ นะคะ อิจฉามากมาย

ส่วนผสม ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ

• เส้นเล็ก 1 ห่อ
• ถั่วงอก 1 ถุง
• เนื้อหมูต้ม 200 กรัม
• ตับหมูต้มสุก 200 กรัม
• ลูกชิ้นปลาและลูกชิ้นกุ้ง 200 กรัม
• ไส้อ่อนต้มสุก 200 กรัม
• ฮือก้วย 1 เส้น

ส่วนผสม น้ำยำ

• พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำส้มพริกดอง 1 ช้อนโต๊ะ
• ถั่วลิสงคั่วบด 2 ช้อนโต๊ะ
• กากหมูกระเทียมเจียว 2 ช้อนโต๊ะ
• เกี๊ยวทอด 1 ชิ้น
• มะนาว 1/2 ลูก
• ต้นหอมผักชีซอย 1/2 ถ้วย
• หมูบด 1/2 ถ้วย
• น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ

►​ ​เอาน้ำใส่หม้อ (ขนาดใหญ่หน่อยก็ได้ค่ะ) แล้วนำไปต้มน้ำให้เดือดนะคะ เอากระดูกหมูล้างให้สะอาดใส่หม้อ ตามด้วยรากผักชี กระเทียม พริกไทย และเกลือ ถ้ามีน้ำตาลกรวดใส่ไปนิดหน่อยค่ะ และใส่กระเทียมดอง พร้อมน้ำกระเทียมดองนะคะ แล้วต้มต่อไป คอยช้อนฟองออกน้ำซุปเราจะได้ใสค่ะ ตาต้มไปประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งค่ะ
►​ ​เอาถั่วลิสงมาคั่ว ลอกเปลือกออกแล้วก็ใส่ครกตำค่ะ ถั่วแนะนำว่าทำแต่พอทานค่ะ ถ้าทำเยอะเหลือเก็บไว้จะเหม็นหืนต้องทิ้งเสียของเปล่า ๆ นะคะ ทำแต่พอทานในมื้อที่เราจะทำค่ะ หอมมากเวลาตำ
►​ ​ตาเอาหม้ออีกใบต้มน้ำ แล้วก็นำไส้อ่อนลงต้มให้เปื่อย …

สูตรหอยทอด แป้งกรอบพร้อมสูตรน้ำจิ้ม อร่อยง่ายสไตล์โฮมเมด

สูตรหอยทอด ถ้าเบื่อเข้าคิวซื้อเมนูหอยทอดจนเมื่อยขา

สูตรหอยทอด ต่อไปนี้ก็มาทำกินเองสิคะ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำหอยทอด หรือ หอยกระทะร้อน สูตรจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรแป้งกรอบ พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด ทั้งนี้สามารถนำแป้งหอยทอดมาทำเป็นแป้งหอยครก หรือทำออส่วนกรอบก็ได้เช่นกันจ้า อย่ามัวชักช้าอยู่เลยไปซื้อหอยแมลงภู่กัน ถ้ามีงบเยอะก็ใช้หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ได้นะจ๊ะ

หอยทอดมาแล้วจ้า แป้งกร๊อบกรอบ น้ำจิ้มอร่อย จานเดียวไม่พอต้องขออีก !

ส่วนผสม หอยทอด

• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
• แป้งข้าวโพด 1 ถ้วย
• น้ำเย็นจัด 1 ถ้วย + 1/2 ถ้วย
• หอยแมลงภู่
• เกลือ
• พริกไทย
• ต้นหอมหั่นท่อน
• ไข่ไก่
• ถั่วงอก
• ผักชี

วิธีทำหอยทอด


• เทแป้งสาลีอเนกประสงค์ผสมกับแป้งข้าวโพด รินน้ำเย็นจัดลงไป คนให้เข้ากันดี ใส่หอยแมลงภู่ ปรุงรสด้วยเกลือกับพริกไทย ใส่ต้นหอมที่หั่นไว้แล้ว คนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน
• ตั้งกระทะเทน้ำมันลงไป พอน้ำมันร้อนได้ที่ก็เทส่วนผสมหอยทอดที่เตรียมไว้ลงไป คนให้กระจายทั่วกระทะ ตอกไข่ใส่ลงไปและยีให้ทั่วแป้งหอยทอด
• ความฟินระดับ 10 กำลังจะเกิดขึ้น พอแป้งหอยทอดเริ่มเซตตัว มีความกรอบ ใช้ตะหลิวกลับด้าน ทอดอีกข้างให้สุก ขณะเดียวกันก็นำถั่วงอกลงไปผัดพอสุก ปิดไฟได้ เทใส่จานได้เลยจ้า ตกแต่งด้วยผักชี
• กลิ่นห้อมหอม
• น้ำจิ้มหอยทอดก็ไม่ยุ่งยาก น้ำจิ้มไก่ผสมซอสศรีราชา คนให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบนะคะ แค่นี้ก็อร่อยแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com