ข้าวคลุกไข่เจียว ปูอัด อกไก่ ราดด้วยเสาวรส เมนูเพื่อสุขภาพ ช่วยควบคุมน้ำหนัก

ข้าวคลุกไข่เจียว เมนูนี้ทำได้ไม่ยากเลย มีข้าวไรซ์เบอรรี่

ข้าวคลุกไข่เจียว ปูอัด 1 แท่ง แครอท อะโวคาโดหั่นเป็นลูกเต๋า อกไก่อบ 2 – 3 ชิ้น และไข่เจียวใส่ดอกขจร เจียวแบบไม่ใส่น้ำมัน วิธีทำนี่ยิ่งง่ายใหญ่

น้ำส่วนผสมที่เราเตรียมไว้ทุกอย่างมารวมๆ กัน คลุกให้เข้ากัน จากนั้นนำเข้าเตาไมโครเวฟ เมื่อสุกได้ที่ก็นำเอาอะโวคาโดมาคลุกใส่เข้าไป รอประมาณ 2 – 3 นาที เสิร์ฟพร้อมกับเสาวรส เท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้ว

ข้าวคลุกไข่เจียว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com/

ข้าวคลุกอโวคาโดอกไก่ + ไข่เจียวใส่ดอกขจร อาหารคลีน เมนูเพื่อสุขภาพ

ข้าวคลุกอโวคาโดอกไก่ เมนูนี้ทำได้ไม่ยากเลย

ข้าวคลุกอโวคาโดอกไก่ มีข้าวไรซ์เบอรรี่ ปูอัด 1 แท่ง แครอท อะโวคาโดหั่นเป็นลูกเต๋า อกไก่อบ 2 – 3 ชิ้น และไข่เจียวใส่ดอกขจร

เจียวแบบไม่ใส่น้ำมัน วิธีทำนี่ยิ่งง่ายใหญ่ น้ำส่วนผสมที่เราเตรียมไว้ทุกอย่างมารวมๆ กัน คลุกให้เข้ากัน จากนั้นนำเข้าเตาไมโครเวฟ

เมื่อสุกได้ที่ก็นำเอาอะโวคาโดมาคลุกใส่เข้าไป รอประมาณ 2 – 3 นาที เสิร์ฟพร้อมกับเสาวรส เท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้ว

ข้าวคลุกอโวคาโดอกไก่

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com/

มันเทศ ประโยชน์ต่อสุขภาพ และคำแนะนำในการบริโภคแหล่งอาหารสำคัญ

มันเทศ  อาหารที่หาได้ง่าย แถมยังให้ประโยชน์มากมายกับสุขภาพอีก

มันเทศ มันเทศ อุดมไปด้วยแหล่งอาหารสำคัญ เช่น คาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร วิตามิน เอ วิตามิน ซี แคลเซียม โพแทสเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระเบต้าแคโรทีน ทำให้มีความเชื่อว่า มันเทศอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพ และอาจรักษาหรือป้องกันโรคบางชนิดได้

มันเทศเป็นพืชที่มีหัวอยู่ใต้ดิน มีรสหวาน มีเนื้อในหลากสีสันตามสายพันธุ์ เช่น สีส้ม สีขาว สีแดง สีเหลือง หรือสีม่วง เป็นต้น ในมันเทศมีเอนไซม์ที่สามารถเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาลได้ โดยมันเทศจะมีรสหวานยิ่งขึ้นเมื่อเก็บไว้เป็นเวลานานหรือนำไปปรุงอาหาร วิธีประกอบอาหารส่วนใหญ่ที่คนนิยม คือ นำไปต้ม นึ่ง อบ หรือทอด

ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลาย ผู้คนจึงเชื่อว่ามันเทศอาจมีผลดีต่อสุขภาพในหลายด้าน เป็นที่มาของการศึกษาทดลองถึงประสิทธิภาพต่าง ๆ ของมันเทศ ดังต่อไปนี้

รักษาภาวะขาดวิตามิน เอ

มันเทศ

วิตามิน เอ มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพ ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันการเจ็บป่วยด้วยโรคและอาการบางชนิด หากร่างกายขาดวิตามิน เอ อาจเสี่ยงเผชิญภาวะอาการป่วยที่เป็นอันตรายได้ ในมันเทศอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีนที่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามิน เอ โดยเฉพาะมันเทศสีเหลือง การรับประทานมันเทศ 100 กรัม ทำให้ได้รับวิตามินเอในปริมาณที่ควรบริโภคต่อวันอย่างเพียงพอแล้ว

จากข้อมูลดังกล่าว จึงมีงานทดลองที่พิสูจน์ประสิทธิผลการบริโภคมันเทศต่อภาวะขาดวิตามินเอ ผลการวิจัยพบว่า การรับประทานมันเทศและอาหารที่มีวิตามินเอสูงทุกวันเป็นผลดีต่อผู้ที่มีความเสี่ยงเผชิญภาวะขาดวิตามินเอ ในขณะที่อีกงานค้นคว้าหนึ่งซึ่งทดลองในกลุ่มเด็กอายุ 5-10 ปี พบว่าการบริโภคมันเทศเนื้อสีส้มช่วยเพิ่มระดับวิตามินเอในร่างกายมากกว่ามันเทศเนื้อสีขาว

จากผลการทดลองดังกล่าว อาจสรุปได้ว่าการบริโภคมันเทศช่วยป้องกันภาวะขาดวิตามินเอได้ดี โดยเฉพาะมันเทศเนื้อสีส้ม ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศด้อยพัฒนาหรือประเทศกำลังพัฒนาอาจนำประสิทธิผลในด้านนี้ไปประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาขาดแคลนอาหาร จนพลเมืองต้องเผชิญภาวะขาดสารอาหาร เพื่อบรรเทาและป้องกันภาวะขาดวิตามินเอต่อไป เนื่องจากมันเทศมีวิตามินเอสูง มีราคาถูก และบริโภคง่าย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.pobpad.com/

แซลมอนมีทบอลอบราดซอสอะโวคาโด อาหารคลีนที่คนรักสุขภาพนิยมทำกินเอง

แซลมอนมีทบอลอบราดซอสอะโวคาโด เมนูปลาแซลมอนหั่นชิ้นแล้วนำไปอบดูธรรมดาไปลองจับมาแปลงร่างปั้นเป็นก้อนกลม

แซลมอนมีทบอลอบราดซอสอะโวคาโด ในรูปมีทบอลกันบ้าง อย่างเมนูแซลมอนมีทบอลราดซอสอะโวคาโด (Baked Salmon Meatballs with Creamy Avocado Sauce) เมนูอาหารคลีนทำง่าย ๆ แค่เอาปลาแซลมอนไปปั่นในเครื่องบดอาหารให้ละเอียด แล้วนำไปผสมกับส่วนผสมอื่น ๆ ปั้นเป็นก้อนกลมเสร็จแล้วนำไปอบ กินคู่กับซอสอะโวคาโดที่ผสมกรีกโยเกิร์ตเข้าไปเพิ่มความหอมมัน ทำครั้งเดียวแต่กินได้ทั้งครอบครัวเลยนะคะ

ส่วนผสม มีทบอล

          – แซลมอนหั่นเต๋า 500 กรัม
          – หอมใหญ่ซอย 1/2 ลูก
          – เกล็ดขนมปังป่นโฮลวีท 1/4 ถ้วย + 2 ช้อนโต๊ะ
          – ผักชีสับละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ
          – ไข่ขาว 1 ฟอง
          – กระเทียมสับละเอียด 2 กลีบ
          – เกลือป่น 3/4 ช้อนชา
          – พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
          – ผงปาปริก้า 1/2 ช้อนชา
          – ผงออริกาโน่ 1/2 ช้อนชา
          – สเปรย์น้ำมันกระป๋อง

ลบเงื่อนไข: แซลมอนมีทบอลอบราดซอสอะโวคาโด แซลมอนมีทบอลอบราดซอสอะโวคาโด

ส่วนผสม ซอสอะโวคาโด

– เนื้ออะโวคาโด 3/4 ลูก
– กรีกโยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ
– กระเทียมสับละเอียด 1 กลีบ
– น้ำมะนาว 1/2 ลูก
– น้ำเปล่า 5 ช้อนโต๊ะ
– ผักชีสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
– พริกป่น 1/4 ช้อนชา
– เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
– พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ มีทบอล

• 1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ วางกระดาษรองอบลงไปบนถาดอบ ฉีดสเปรย์น้ำมันลงไปให้ทั่ว เตรียมไว้
• 2. นำปลาแซลมอนไปปั่นในเครื่องบดอาหารจนละเอียด เสร็จแล้วนำไปใส่ภาชนะขนาดใหญ่
• 3. ใส่หอมใหญ่ เกล็ดขนมปัง ผักชี ไข่ขาว กระเทียม เกลือ พริกไทย ผงปาปริก้าและออริกาโน่ คนให้เข้ากัน
• 4. ตักส่วนผสมแซลมอนขึ้นมา ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ปั้นเป็นทรงกลม เสร็จแล้วนำไปวางบนกระดาษรองอบ
• 5. นำมีทบอลเข้าเตาอบ ใช้เวลาประมาณ 15-18 นาที นำออกมาจัดจาน เสิร์ฟพร้อมซอสอะโวคาโด

วิธีทำ ซอสอะโวคาโด

• นำส่วนผสมทั้งหมดลงไปปั่นจนละเอียด ตักขึ้น พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

ต้นเสาวรส ผลไม้ สมุนไพร ประโยชน์ และ สรรพคุณของเสาวรส

ต้นเสาวรส  พืชล้มลุก ผลไม้ สมุนไพร ประโยชน์มากมาย สรรพคุณของเสาวรส ช่วยสมานแผล บำรุงผิว บำรุงสายตา ลดไขมันในเลือด ช่วยถ่ายพยาธิ

ต้นเสาวรส เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ทวีปอเมริกาใต้ พบในประเทศบราซิล ปารากวัย อาร์เจนตินา เสาวรสมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Passiflora edulis ภาษาอังกฤษ เรียก Passionfruit ชื่ออื่นๆของเสาวรส เช่น กระทกรก สุคนธรส

เสาวรส หรือ เรียกอีกชื่อว่า กะทกรกฝรั่ง จัดว่าเป็นผลไม้ เพื่อสุขภาพที่มีต้นกำเนิดในแถบทวีปอเมริกาใต้ ลักษณะของผลกลม มีสีเขียว เมื่อสุกจะมีหลายสี เช่น สีม่วง สีเหลือง สีส้ม เป็นต้น สำหรับเสวรสในประเทศไทยนิยมปลูก 3 สายพันธุ์ โดยในผลเสาวรสนั้นจะมีเมล็ดจำนวนมาก มีกลิ่นคล้ายฝรั่งสุก รสออกเปรี้ยวจัด แต่บางสายพันธุ์จะมีรสออกอมหวานด้วย

เสาวรส เป็นไม้เลื้อย ผลของเสาวรสจะมีทรงกลม ผลอ่อนของเสารสจะมีสีเขียว เมื่อสุกมื่อสุกจะมีหลายสี เช่น สีม่วง สีเหลือง สีส้ม กลิ่นคล้ายผลฝรั่งสุก มีรสเปรี้ยว

คุณค่าทางโภชนาการของผลเสาวรส

สำหรับการศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของผลเสาวรสขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 97 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญมากมาย ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 23.38 กรัม น้ำตาล 11.2 กรัม กากใยอาหาร 10.4 กรัม ไขมัน 0.7 กรัม โปรตีน 2.2 กรัม วิตามินเอ 64 ไมโครกรัม เบตาแคโรทีน 734 ไมโครกรัม วิตามินบี 2 0.13

มิลลิกรัม วิตามินบี 3 1.5 มิลลิกรัม วิตามินบี 6 0.1 มิลลิกรัม วิตามินบี 9 14 ไมโครกรัม โคลีน 7.6 มิลลิกรัม วิตามินซี 30 มิลลิกรัม วิตามินเค 0.7 ไมโครกรัม ธาตุแคลเซียม 12 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 1.6 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 29 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 68 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 348 มิลลิกรัม ธาตุโซเดียม 28 มิลลิกรัม และธาตุสังกะสี 0.1 มิลลิกรัม

ต้นเสาวรส 

สรรพคุณทางด้านสมุนไพรไทยของเสาวรส

สามารถนำมาใช้ได้ ตั้งแต่ ยอด ราก ใบ ผล ซึ่งรายละเอียดของประโยชน์ของเสาวรสมีดังนี้

ยอดของเสาวรส นำมารับประทานเป็นผัดสด สามารนำไปทำแกง หรือลวก ทากับน้ำจิ้ม เนื้อไม้ของเสาวรส เป็นยาบำรุงธาตุขัน ใช้รักษาแผลได้
รากของเสาวรส หากนำมาต้ม สามารถใช้ รักษาผดผื่นคัน และกามโรคได้
ใบของเสาวรส หากนำมาบดละเอียดคั้นน้ำ สามารถทำเป็นยาถ่ายพยาธิได้
ดอกของเสาวรส สามารถใช้แก้ไอ ขับเสมหะ
ผลของเสาวรส รับประทานเมล็ด นำมาคั้นเป็นน้้ำเสาวรส ดื่มเพื่อสุขภาพ น้ำเสาวรสมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา และบำรุงผิวพรรณ น้ำเสารสมีวิตามินซีสูง ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน นอกจากนั้นยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ก่อนเวลาอันควร สามารถกำจัดสารพิษในเลือด บำรุงไต รักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ สามารถลดไขมันในเลือดได้

สำหรับประโยชน์ของเสาวรสและสรรพคุณของเสาวรสนั้นก็มีมากมายหลายข้อ เพราะเสาวรสอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุรวมอยู่หลายชนิด ซึ่งได้แก่ วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 กรดโฟลิก ธาตุแคลเซียม ธาตุเหล็ก ธาตุแมกนีเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุโพแทสเซียม ธาตุสังกะสี และคาร์โบไฮเดรต

โดยยังมีของแถมนั่นก็คือใยอาหารในปริมาณสูงรวมอยู่ด้วย ซึ่งนิยมนำมารับประทานเป็นผลไม้สด โดยเสาวรสที่ลักษณะดีนั้นต้องไม่เหี่ยว ผิวต้องเต่งตึง แต่ทั้งนี้ห้ามรับประทานในส่วนของต้นสดเด็ดขาด เพราะมีสารพิษอันตราย …

ขี้เหล็กอเมริกัน สุวรรณพฤกษ์ ทองนพคุณ สมุนไพรไม้ยืนต้น

ขี้เหล็กอเมริกัน สุวรรณพฤกษ์ ทองนพคุณ สมุนไพร พืชตระกูลถั่ว ประโยชน์ของทองนพคุณ สรรพคุณของทองนพคุณ รักษาอาการตัวเหลือง รักษาดีซ่าน เป็นยาระบาย สมุนไพรตระกุลถั่ว

ขี้เหล็กอเมริกัน สุวรรณพฤกษ์ ทองนพคุณ เป็น พืชยืนต้น เขตร้อน มีถิ่นกำเนิดที่ทวีปอเมริกา เจริญเติบโตได้ดีใน ดินร่วน ชอบอากาศเย็น น้ำปานกลางและ ชอบแสงแดดจัด สรรพคุณ ใช้รักษาอาการตัวเหลือง รักษาดีซ่าน รักษาการติดฝิ่น ช่วยขับเสมหะ เป็นยาระบาย เป็นยาถ่ายโลหิตระดูของสตรี แก้อาการปวดตามข้อ

สุวรรณพฤกษ์ สมุนไพร ภาษาอังกฤษ เรียก American Cassia สุวรรณพฤกษ์มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Senna spectabilis ( DC. ) H.S.Irwin & Barneby เป็น สมุนไพรตระกุลถั่ว ชื่ออื่นๆ ของ สุวรรณพฤกษ์ คือ ขี้เหล็กอเมริกา ทองนพคุณ เป็นต้น

ขี้เหล็กอเมริกัน

ต้นสุวรรณพฤกษ์ เป็น ไม้ยืนต้น ความสูงไม่เกิน 10 เมตร เป็น ต้นไม้ทรงพุ่ม มีเปลือกสีน้ำตาล ใบของสุวรรณพฤกษ์ เป็นใบประกอบ แบบขนนกปลายคี่ ออกเรียงสลับ ใบเป็นรูปวงรีปลายแหลม ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีดอกมากสีเหลืองสด สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ผลของสุวรรณพฤกษ์ มีลักษณะเป็นฝักทรงกระบอก ฝักอ่อนมีสีเขียว ส่วนฝักสุกจะมีสีน้ำตาล และฝักจะแตกออกเมื่อแก่ ฝักของสุวรรณพฤกษ์ ออกทั้งปี

สรรพคุณของสุวรรณพฤกษ์

สามารถนำ สุวรรณพฤกษ์ มาใช้ประโยชน์ได้ทั้ง ใบ ดอก ราก โดยรายละเอียดของ การนำสุวรรณพฤกษ์มาใช้ประโยชน์ มี ดังนี้

ใบของ สุวรรณพฤกษ์ สามารถ รักษาอาการตัวเหลือง รักษาดีซ่าน รักษาการติดฝิ่น ช่วยขับเสมหะ เป็นยาระบาย เป็นยาถ่ายโลหิตระดูของสตรี
ดอกของ สุวรรณพฤกษ์ สามารถ ช่วยขับเสมหะ เป็นยาระบาย เป็นยาถ่ายโลหิตระดูของสตรี
รากของ สุวรรณพฤกษ์ สามารถ แก้อาการปวดตามข้อ
นอกจาก การใช้ประโยชน์ทางยา แล้ว ดอก และ ใบของสุวรรณพฤกษ์ สามารถ นำมาทำอาหารได้ เนื้อไม้ของ สุวรรณพฤกษ์ นำมา ทำเครื่องใช้ต่างๆ ทำครก ทำสาก ทำเครื่องมือต่างๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com

 …

มะยม สมุนไพร พืชมงคล ประโยชน์ และ สรรพคุณของ ต้นมะยม

มะยม ผลไม้รสเปรี้ยว ประโยชน์ของมะยม สรรพคุณของมะยม โทษของมะยม คุณค่าทางโภชนาการของมะยม เรื่องต่างๆเกี่ยวกับสมุนไพรชนิดนี้มีอะไรบ้าง

มะยม  คือ พืชที่พบได้ทั่วไปตามประเทศเขตร้อน พบในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มะยม มีชื่อสามัญ ว่า Star gooseberry ชื่อวิทยาศาสตร์ของมะยม คือ Phyllanthus acidus (L.) Skeels พืชตระกูลมะขามป้อม ชื่อเรียกอื่นๆของมะยม เช่น หมากยม หมักยม ยม เป็นต้น

สำหรับต้นมะยมนั้นตามความเชื่อของคนไทย เชื่อว่า ต้นมะยม เป็นพืชมงคล ช่วยป้องกันสิ่งไม่ดีได้ จะทำให่ผู้อยู่อาศัยมีเมตตามหานิยม ทุกบ้านของคนไทย จึงนิยมปลูกมะยม

ลักษณะของต้นมะยม

ต้นมะยม เป็นไม้ยืน ต้นขนาดกลาง มะยมมีทั้งมะยมตัวผู้และมะยมตัวเมีย ต้นมะยมตัวผู้จะออกดอกเต็มต้นแต่ไม่ติดลูก ส่วนต้นมะยมตัวเมียนั้นจะมีดอกน้อยกว่า สรรพคุณทางยาของมะยมตัวผู้ค่อนข้างสูงกว่ามะยมตัวเมีย สามารถพบได้ทั่วไปในทุกจังหวัดของประเทศไทย ซึ่งเป็นพืชที่เติบโตได้ดีในทุกสภาพดิน ทั้งดินเค็ม และเปรี้ยว ลักษณะของต้นมะยม มีดังนี้

ลำต้นมะยม มีสูงประมาณ 3 ถึง 10 เมตร ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านสาขาบริเวณปลายยอด เปลือกของต้นมะยมขรุขระ มีสีเทาปนน้ำตาล
ใบมะยม ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกันตามกิ่งของมะยม ใบเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ปลายใบแหลม ฐานใบกลม ขอบใบเรียบ มีสีเขียว
ดอกมะยม ดอกออกเป็นช่อ ออกอดกตามกิ่ง ดอกย่อยมีสีเหลืองอมน้ำตาล
ผลมะยม ลักษณะเหมือนดวงดาว ปลายกลม มีรสเปรี้ยว ผลมะยมอ่อน มีสีเขียว ส่วนผลมะยมแก่ มีสีเหลือง เนื้อฉ่ำน้ำ เมล็ดรูปร่างกลม ภายในผลมีเมล็ด 1 เมล็ด ลักษณะแข็ง สีน้ำตาลอ่อน

มะยม

คุณค่าทางโภชนาการของมะยม

นักโภชนาการได้ศึกษา คุณค่าทางโภชนาการของผลมะยมสด ขนาด 100 กรัม ให้พลังงาน 33 แคลอรี่ มีสารอาหารสำคัญ ต่างๆ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 6.40 g ไขมัน 0.40 กรัม โปรตีน 0.90 กรัม แคลเซียม 32 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.50 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 31 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 200 มิลลิกรัม โซเดียม 2 มิลลิกรัม วิตามินB1 0.10 มิลลิกรัม วิตามินB2 0.03 มิลลิกรัม วิตามินB6 0.02 มิลลิกรัม และ วิตามินซี 28 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของมะยม

สำหรับมะยม สามารถนำมาใช้ประโยชน์เป็น อาหาร และ เป็นนำมาใช้รักษาโรค บำรุงร่างกาย ผลมะยมสามารถนำมาทำอาหารแปรรูปได้หลากหลาย เช่น มะยมแช่อิ่ม มะยมดอง มะยมเชื่อม น้ำมะยม มะยมแยม มะยมกวน หรือนำมาใช้ทำเป็นน้ำส้มสายชู

สรรพคุณของมะยม

สำหรับการใช้ประโยชน์ของมะยมด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค สามารถใช้ประโยชน์จาก ราก เปลือก ใบ ดอก และ ผล โดยรายละเอียดของสรรพคุณของมะยม มีดังนี้

รากของมะยม มีรสจืด สรรพคุณรักษาผดผื่น รักษาโรคผิวหนัง ช่วยขับน้ำเหลือง ดับพิษเสมหะ แก้อาการคัน แก้หืดหอบ แก้อาการปวดหัว ลดไข้
เปลือกของต้นมะยม มีรสจืด สรรพคุณแก้ไข้ทับระดู แก้ผดผื่นคัน
ใบของมะยม มีรสจืดและมัน สรรพคุณเป็นยาแก้ไอ บำรุงประสาท ขับเสมหะ รักษาอีสุกอีใส ลดไข้ ขับเหงื่อ รักษาเบาหวาน ช่วยกระตุ้นการทำงานของตับอ่อน ช่วยลดความดันโลหิต
ดอกของมะยม มีรสเปรี้ยวและฝาด สรรพคุณแก้โรคในตา
ผลของมะยม มีรสเปรี้ยว สรรพคุณขับเสมหะ แก้ไอ บำรุงโลหิต เป็นยาระบายอ่อนๆ …

กฤษณา ประโยชน์ และ สรรพคุณ ของไม้กฤษณาตามท้องถิ่นต่างๆ

กฤษณา (Agarwood, Eagle Wood, Aloe Wood, Aglia, Akyaw, Calambac) เป็นสมุนไพรที่มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ

กฤษณา เช่น ในปัตตานีเรียกกายูการู, กายูกาฮู, ไม้หอม หรือเนื้อไม้ เป็นต้น เป็นพืชจำพวกต้นที่มีกลิ่นหอมมาก เป็นไม้หวงห้ามมิให้มีการตัดจำหน่าย เพราะต้นกฤษณานี้ใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากมีผู้คนแอบลักลอบเข้าไปตัดไม้กันเป็นจำนวนมากนั่นเอง

ลักษณะทั่วไปของกฤษณา
ต้นกฤษณาเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงประมาณ 18 – 30 เมตร ขนาดรอบลำต้นประมาณ 1.5 – 1.8 เมตร เปลือกต้นสีเทาอมขาว ในต้นแก่เปลือกจะแตกเป็นร่องยาวตื้นๆ และเปลือกด้านในมีสีขาวอมเหลือง พร้อมมีรูระบายอากาศกระจายอยู่ทั่วไป ใบเดี่ยวรูปทรงรีออกแบบเรียงสลับ ปลายใบเรียวแหลม โคนมน ส่วนขอบใบจะเป็นคลื่นแบบม้วนตัวลงเล็กน้อย มีดอกเล็กๆ เป็นช่อตามซอกใบ สีเขียวอมเหลือง กลีบเลี้ยงติดกัน ส่วนปลายแยกออกเป็น 5 แฉก ผลรูปไข่ ผิวผลขรุขระเป็นลายสีเขียวซึ่งหนาและแน่นมีขนนุ่มสีน้ำตาลอมเหลืองละเอียดสั้นๆ ขึ้น และผลจะเริ่มแก่ในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี

กฤษณา

ลักษณะของเนื้อไม้กฤษณามีทั้งแบบที่เป็นเนื้อไม้หอมมีน้ำมันและแบบธรรมดา โดยเนื้อไม้แบบธรรมดาปกติจะมีสีขาวนวลๆ และหลังตัดมาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ซึ่งเนื้อไม้มีลักษณะหยาบปานกลาง เป็นเสี้ยนตรง เลื่อยง่าย ส่วนเนื้อไม้หอมที่มีน้ำมันนั้นจะเป็นสีดำ มีความหนักที่สามารถจมน้ำได้ ส่วนคุณภาพจะวัดกันที่ปริมาณน้ำมันภายในเนื้อไม้เป็นหลัก

ประโยชน์และสรรพคุณของกฤษณา
เนื้อไม้ – ช่วยแก้อาการเป็นลมวิงเวียนศีรษะ แก้ไข้ ช่วยขับเสมหะและลม บำรุงโลหิตและหัวใจ ช่วยให้หัวใจชุ่มชื่น แก้อาการตับปอดพิการ แก้อาการปวดตามข้อ นอกจากนี้ยังสามารถนำมาต้มดื่มแก้อาการร้อนในกระหายน้ำได้อีกด้วย ตลอดจนแก้ลมกองละเอียด และใช้เป็นยาบำรุงหัวใจในช่วงเช้า

ซึ่งไม้กฤษณานี้ถือได้ว่าเป็นไม้ที่มีมูลค่าสูงทีเดียว เนื่องจากมีกลิ่นหอมและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆได้มากมาย จึงได้รับความนิยมจากผู้คนเป็นจำนวนมากเป็นที่ต้องการของตลาดโลก สำหรับในประเทศไทยของเรานิยมปลูกต้นกฤษณากันมากในแถบภาคใต้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.เกร็ดความรู้.net/

 …

มะขาม ป้อม นอกจากจะช่วยแก้ไอแล้ว จะมีประโยชน์และสรรพคุณอะไรอีกบ้าง

มะขาม  ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามะขามป้อมลูกเล็ก ๆ ที่เราทานกันนั้นมีประโยชน์ช่วยบำรุงร่างกายได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมยังรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยต่าง ๆ

มะขาม  ได้สารพัดก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะในวันนี้เรานำประโยชน์ดี ๆ เหล่านี้ของมะขามป้อมมาฝากกันอย่างครบถ้วน แต่ก่อนอื่น ไปทำความรู้จักกันมะขามป้อมให้มากกว่านี้อีกนิดกันก่อนค่ะ

มะขามป้อม กับลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่ชวนมารู้จัก

มะขามป้อม ภาษาอังกฤษ คือ Indian gooseberry มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Phyllanthus emblica Linn. จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกับมะยม คือ ตระกูล Phyllanthus L. ปกติแล้วจะปลูกขึ้นในเอเชียเขตร้อน จึงสามารถเจริญเติบโตได้ดีในประเทศไทย โดยมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์คือ

มะขาม

– ต้น : เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 8-12 เมตร ลำต้นมีลักษณะคดงอ ไม่ตรง

– เปลือก : เปลือกนอกของลำต้นเป็นสีน้ำตาลอมเทา ส่วนเปลือกในเป็นสีชมพูสด

– ใบ : ใบเป็นช่อ เป็นใบเลี้ยงเดี่ยวเรียงสลับ ปลายใบแหลม โคนใบโค้งมน ขอบใบเรียบ มีสีเขียวอ่อน เรียงชิดติดกันบนก้านใบ

– ดอก : มีดอกสีขาวหรือเหลืองอ่อนเล็ก ๆ รวมอยู่บนกิ่งเดียวกัน โดยจะออกดอกประมาณเดือนกันยายน

– ผล : มีผลกลม เนื้อหนา สีเขียว ถ้าเป็นผลอ่อนจะมีสีเขียวอ่อน ถ้าเป็นผลแก่จะมีสีเขียวอมเหลือง ค่อนข้างใส ออกน้ำตาลนิด ๆ สามารถกินได้ มีรสฝาด เปรี้ยว ขม และอมหวาน โดยจะออกผลประมาณเดือนพฤศจิกายน-เดือนกุมภาพันธ์

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com/

ต้นตำลึง สมุนไพร ริมรั่ว ช่วยบำรุงสายตา รักษาเบาหวานได้

ต้นตำลึง สมุนไพรที่นิยมปลูกริมรั้วบ้าน ประโยชน์ของตำลึง สรรพคุณของตำลึง ช่วยแก้ท้องอืด แก้ท้องเฟ้อ ช่วยขับลม บำรุงสายตา รักษาหลอดลมอักเสบ รักษาเบาหวาน

ต้นตำลึง ภาษาอังกฤษ เรียก Lvy Gourd, Coccinia มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ ว่า Cocconia grandis (L.) Voigt ชื่ออื่น ๆ ของผักตำลึง เช่น ผักแคบ แคเด๊าะ สี่บาท ผักตำนินตำลึงนิยมนำมาทำอาหาร

คุณค่าทางโภชนาการของตำลึง 100 กรัม จะมี วิตามินบี1 0.17 มิลลิกรัม โปรตีน 3.3 กรัม แคลเซียม 126 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน 699.88 ไมโครกรัม ไนอาซีน 1.2 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 4.6 มิลลิกรัม วิตามินซี 13 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 30 มิลลิกรัม และใยอาหาร 2.2 กรัม

ลักณะทางพฤษศาสตร์ของต้นตำลึง

ตำลึง เป็นไม้เลื้อย ลำต้นจะเกาะตามหลัก เช่น แนวรั้วบ้าน ต้นไม้ เถาของตำลึงจะมีสีเขียว ใบของตำลึงเป็นใบเดี่ยว สลับกันไปมาตามเถา โคนของใบมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ ดอกของตำลึง จะมีลักษณะเป็นดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ มีสีขาว ผลของตำลึง เหมือนแตงกวาแต่มีขนาดเล็กกว่า ผลสีเขียวมีลายสีขาว พอสุกจะกลายเป็นสีแดง

  • ต้นตำลึง เป็นไม้เถาเลื้อยขึ้นตามหลักเสา ตามรั้วบ้านหรือพันต้นไม้อื่น อายุยืนยาวหลายปี มีมือเกาะยึดออกตรงข้ามใบ ลำต้นเล็กยาว เมื่ออายุมากลำต้นหรือเถาจะใหญ่และแข็งแรงมากขึ้น
  • ใบตำลึง เป็นใบเดี่ยว สีเขียว รูปสามเหลี่ยม กว้าง 5 ซม. ยาว 6-7 ซม. สลับข้างกัน ตำลึงตัวผู้ใบหยักเว้าลึก 3-5 หยัก ต่างจากใบของต้นตำลึงตัวเมียที่เป็นรูปสามเหลี่ยม อยู่แยกต้นออกจากกัน
  • ดอกตำลึง สีขาวปลายกลีบ 5 แฉก ข้างในมีเกสรสีเหลืองอ่อน มองคล้ายรูประฆัง
  • ผลตำลึง เป็นรูปไข่คล้ายผลแตงกวาแต่เล็กกว่ามาก กว้าง 1 -2 ซม. ยาว 3-4 ซม. เมื่ออ่อนจะมีสีเขียวมีลายขาว ผลสุกเต็มที่สีแดงสด ภายในมีเมล็ดมากมาย ส่วนตำลึงตัวผู้มีแต่ดอกแต่ไม่มีผล

ต้นตำลึง

คุณค่าทางโภชนาการของตำลึง

การศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของใบและยอดอ่อนตำลึงขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 35 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย โปรตีน กากใยอาหาร 1 กรัม เบตาแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส และ ธาตุเหล็ก 4.6 มิลลิกรัม

สรรพคุณของตำลึง

เราสามารถนำตำลึงมาใช้ได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น ใบ ดอก เมล็ด ราก เถา รายละเอียดการใช้ประโยชน์ของตำลึงมีดังนี้

ใบของตำลึง เป็นยาลดวามร้อนในร่างกาย นำมาบดเป็นยาพอกผิวหนัง แก้ผื่นคันจากหมามุ้ย ต้นตำแย แก้ปวดแสบปวดร้อน แก้แมลงสัตว์กัดต่อย รักษาผื่นคันที่เกิดจาก หมามุ่ย ตำแย นำมารับประทาน แก้ท้องอืด แก้ท้องเฟ้อ แก้จุกเฉียด
ดอกของตำลึง นำมาใช้รักษาอาการคันผิวหนัง
เมล็ดของตำลึง นำมาผสมกับน้ำมันมะพร้าว ใช้ทาแก้หิด
รากของตำลึง นำมาใช้ ลดไข้ แก้อาเจียน ลดความอ้วน แก้ฝี แก้ปวดบวม แก้พิษร้อนใน แก้พิษแมลงป่องหรือตะขาบข่อย
เถาของตำลึง นำมาชงกับน้ำดื่มแก้อาการวิงเวียนศรีษะ นำมาบดใช้พอกผิวหนังแก้โรคผิวหนัง เถาของตำลึงมีสรรพคุณ ลดระดับน้ำตาลในเลือด
นำตำลึงทั้งต้น มาใช้ทั้ง ราก ใบและเถา นิยมนำมาเป็นยารักษาแก้โรคผิวหนัง ลดระดับน้ำตาลในเลือด แก้หลอดลมอักเสบ กำจัดกลิ่นตัว…