หอยแมลงภู่อบใบโหระพา เมนูจากหอย สูตรเด็ดอิ่มอร่อยจนหยุดทานไม่ได้

หอยแมลงภู่อบใบโหระพา มาเริ่มความอร่อยกันด้วยเมนูหอยแมลงภู่

หอยแมลงภู่อบใบโหระพา สูตรจาก คุณ maekwansri สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม (#maekwansri) หอยแมลงภู่ตัวโตหอมกลิ่นสมุนไพร กินกับน้ำจิ้มซีฟู้ด อูย… แซ่บจริง ๆ จ้า

ส่วนผสม
• หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ (หรือหอยแมลงภู่ไทย)
• ตะไคร้ทุบ
• ใบโหระพา
• น้ำเปล่า

วิธีทำ
1. ทำความสะอาดหอยแมลงภู่อบให้สะอาด วางตะไคร้ลงในหม้อ ตามด้วยหอยแมลงภู่อบ โดยจัดเรียงให้เป็นชั้น
2. ปิดท้ายด้วยใส่โหระพาลงไปทั้งก้าน ใส่น้ำลงไปเล็กน้อย
3. ปิดฝาหม้อแล้วนำไปตั้งไฟ อบไว้ประมาณ 5 นาที หรือจนหอยสุก จัดใส่จานกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ด

ส่วนผสม น้ำจิ้มซีฟู้ด
• พริกขี้หนูสวน
• กระเทียม
• รากผักชี
• น้ำตาลปี๊บ
• เกลือ
• น้ำมะนาว
• น้ำต้มสุก

วิธีทำน้ำจิ้มซีฟู้ด
1. โขลกพริกขี้หนูสวน กระเทียม รากผักชี น้ำตาลปี๊บ และเกลือ ให้ละเอียด
2. ใส่น้ำมะนาวและน้ำต้มเล็กน้อย คนให้เข้ากัน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

สูตรข้าวเหนียวหมูปิ้ง สูตรทำอาหารเช้าคนไทย เมนูอร่อยเติมพลังอิ่มท้องรับวันใหม่

สูตรข้าวเหนียวหมูปิ้ง และแล้วก็ถึงเมนูอาหารเช้าคนไทยคุ้นปากนั่นคือ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง

สูตรข้าวเหนียวหมูปิ้ง สูตรจาก เฟซบุ๊ก กินดี อยู่ดี By เนรัญชลา มาพร้อมวิธีหมักหมูปิ้งและเคล็ดลับย่างหมูให้สุกหอม กินกับข้าวเหนียวแค่ห่อเดียวก็อิ่มแล้วจ้า

ส่วนผสม หมูปิ้ง หมูย่าง

• เนื้อสะโพกหมู หรือเนื้อสันนอกหมู 1 กิโลกรัม
• รากผักชี 25 กรัม
• กระเทียมไทย (แกะเปลือก) 2 หัว
• พริกไทยเม็ด 1+1/2 ช้อนชา
• น้ำตาลมะพร้าว 180 กรัม
• หัวกะทิ 1+1/2 ถ้วยตวง
• ซีอิ๊วดำ 3 ช้อนชา
• ซีอิ๊วขาว 8 ช้อนโต๊ะ
• ซอสปรุงรสฝาเขียว 6 ช้อนโต๊ะ
• แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
• ไข่แดง 1 ฟอง
• น้ำมันพืช 5 ช้อนโต๊ะ
• ไม้สำหรับเสียบหมู

วิธีหมักหมูปิ้ง หมูย่าง

1. แล่เนื้อหมูให้เป็นแผ่นหนาประมาณ 1/2 ซม. ความกว้างประมาณ 4-5 ซม. ส่วนความยาวนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของไม้เสียบ (หรือหั่นตามความถนัด)
2. โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยเม็ดจนละเอียดเข้าด้วยกัน
3. ผสมเครื่องที่โขลกไว้กับน้ำตาลมะพร้าว กะทิ 1 ถ้วยตวง (ส่วนกะทิที่เหลืออีก 1/2 ถ้วยเก็บไว้ใช้ทาตอนย่าง) ซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส แป้งข้าวโพด และไข่แดง คนผสมจนน้ำตาลมะพร้าวละลายดี จึงนำเนื้อหมูที่หั่นไว้ลงไปเคล้าผสมให้เข้ากัน สุดท้ายใส่น้ำมันพืชลงไปเคล้าผสมให้เข้ากันอีกครั้ง หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 1 คืน หรืออย่างน้อย 3 ชั่วโมงขึ้นไป
4. หลังจากหมักหมูทิ้งไว้ครบเวลาแล้ว นำเนื้อหมูออกจากตู้เย็นมาเสียบด้วยไม้
5. นำน้ำที่เหลือจากหมักหมูไปผสมกับกะทิที่เหลือให้เข้ากัน เตรียมไว้
6. เปิดเตาย่างให้ร้อน ใช้ไฟอ่อน ๆ จากนั้นนำหมูขึ้นปิ้งบนเตา (หมั่นคอยดู) พอด้านที่สัมผัสความร้อนเริ่มเหลืองแล้วให้พลิกเอาอีกด้านลง แล้วใช้แปรงจุ่มส่วนผสมกะทิที่ผสมไว้ทาให้ทั่วด้านบน พอหมูอีกด้านเริ่มเหลืองก็พลิกกลับมาทาซอสอีกครั้ง ปิ้งจนหมูสุกทั้งสองด้าน แต่ไม่ควรปิ้งให้แห้ง เพราะน้ำในเนื้อหมูจะระเหยไปกับความร้อน ทำให้หมูเหนียวและแข็ง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

สูตรปลาหมึกนึ่งมะนาว เมนูที่ทำง่าย ไม่ว่าจะกินกับข้าว หรือจะเป็นกับแกล้ม ก็อร่อยนะจ๊ะ

สูตรปลาหมึกนึ่งมะนาว ในที่สุดก็เจอเมนูกับแกล้มอร่อย ๆ

สูตรปลาหมึกนึ่งมะนาว สำหรับปาร์ตี้แล้วนั่นคือ ปลาหมึกนึ่งมะนาว จับปลาหมึกไปนึ่งแค่ 2 นาทีแล้วราดน้ำยำสุดแซ่บ อยากกินกี่ตัวก็จัดไปเลยจ้า

ส่วนผสม ปลาหมึกนึ่งมะนาว

ปลาหมึกกล้วย 4-5 ตัว
รากผักชี
พริกสด
กระเทียม
น้ำปลา 5 ส่วน
น้ำมะนาว 5 ส่วน
น้ำตาลทราย 2 ส่วน

วิธีทำปลาหมึกนึ่งมะนาว

1.เอาปลาหมึกกล้วย 4-5 ตัว ผ่าท้องดึงดีออก เอามีดหั่นตามลำตัว รอนึ่ง
2.สับรากผักชี พริกสด และกระเทียม
เตรียมน้ำปลา 5 ส่วน น้ำมะนาว 5 ส่วน และน้ำตาลทราย 2 ส่วน นำ3.ใส่หม้อหาง รอให้เดือดแล้วจึงใส่พริกที่สับลงไป (การใส่พริกสับลงทีหลังเพื่อไม่ให้พริกสุกเกินไป บางร้านทำแบบเทรวมแล้วเอาไปนึ่งพร้อมปลาหมึก พริกจะสีไม่สวย ดูไม่น่ากิน)
4.ตั้งซึ้ง (ชุดนึ่ง) ให้น้ำเดือดก่อน เอาใบตองวางลงไป จากนั้นวางปลาหมึกตามยาว ใช้เวลานึ่งแค่ 2 นาที ความร้อนจากไอน้ำจะทำให้หมึกนึ่งสุกได้ที่ ไม่แห้งเกินไป เนื้อคงความฉ่ำ ราดน้ำจิ้มลงบนตัวหมึก

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

สูตรขนมถ้วยอัญชัน หวานมันอร่อยลงตัว

สูตรขนมถ้วยอัญชัน เป็นขนมไทยที่มีรสชาติหวานตัดเค็ม

สูตรขนมถ้วยอัญชัน กินหลังมื้ออาหาร เป็นการล้างปากได้ดีสุดๆ แต่ขนมถ้วยทั่วไปที่เรากินกันเป็นประจำ มักจะเจอเป็นสีเขียวที่ทำจากใบเตย วันนี้เราลองมาดัดแปลง ปรับเปลี่ยนสีด้วยดอกไม้ไทยอย่างดอกอัญชัน ให้ขนมถ้วยกลายเป็นสีฟ้าน่ารับประทานมากยิ่งขึ้นกับสูตร ขนมถ้วยอัญชัน ค่ะ

ส่วนผสม

แป้งข้าวเจ้า 25 กรัม
แป้งถั่วเขียว 1 ½ ช้อนชา
แป้งท้าว 1 ½ ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 70 กรัม
กะทิ 120 มิล
น้ำอัญชัญ 5 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวเจ้า 15 กรัม
กะทิ 150 มิล
เกลือ ½ ช้อนชา

วิธีทำ

1. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งท้าวยายม่อม และ แป้งถั่วเขียว เข้าด้วยกัน ใส่น้ำดอกอัญชัน น้ำตาลปี๊บลงไป ตามด้วยน้ำกะทิ คนจนน้ำตาลปี๊บละลายและทุกอย่างเข้ากัน เสร็จแล้วก็วางพักไว้
2. นึ่งถ้วยรอไว้ 10 นาที จากนั้นก็ตักขนมลงไปให้ได้ 3/4 ของถ้วย ปิดฝานึ่งต่ออีก 5 – 7 นาที
3. ทำตัวหน้าขนมโดยผสมกะทิกับเกลือ และใส่แป้งข้าวเจ้าลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน เปิดฝาแล้วหยอดหน้าขนมลงไป ปิดฝานึ่งต่ออีก 5 นาที
4. เสร็จแล้วก็นำขนมออกมาจากเตานึ่ง วางพักไว้ให้เย็นเพื่อนให้ขนมแข็งตัวไม่เละ เสร็จแล้วก็แคะขนมถ้วยใส่จานเสิร์ฟ หรือจะเสิร์ฟพร้อมถ้วยเลยก็ได้ค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://food.mthai.com

สาคูเปียก ขนมไทยหวานอร่อยหอมกะทิ

สาคูเปียก ถือเป็นขนมไทยอีกชนิดที่หลายคนนิยม

สาคูเปียก กับ รสชาติหวาน ๆ หอม ๆ ลื่นคอ หาซื้อมารับประทานได้ค่อนข้างง่ายทีเดียว ตามร้านขนมไทยก็มักจะตักใส่ถุงแยกกะทิวางขายให้เห็นอย่างคุ้นตา แต่รู้หรือไม่ว่า ถ้าอยากจะทำเองก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด วันนี้เราก็ไม่ลืมที่จะนำสูตรและวิธีทำมาฝากให้ลองทำกันนะคะ

สิ่งที่ต้องเตรียม

สาคูเม็ดเล็ก 1/2 ถ้วย
น้ำ 2 ถ้วย
เมล็ดข้าวโพด 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
กะทิสำเร็จรูป 1/2 ถ้วย
เกลือป่น เล็กน้อยสำหรับปรุงรส

วิธีทำ
1. ล้างสาคูในน้ำให้สะอาด เตรียมไว้
2. ใส่น้ำลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนเดือด ใส่เม็ดสาคูลงต้มจนสุก และใส จากนั้นใส่เมล็ดข้าวโพด และน้ำตาลทราย ต้มต่อจนเดือด ตักใส่ถ้วย เตรียมไว้
3. ใส่กะทิลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน เติมเกลือป่นเล็กน้อย ต้มจนเดือด และข้น จากนั้นตักหยอดหน้าสาคูเปียกที่เตรียมไว้ พร้อมรับประทาน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

สูตรยำแหนมข้าวทอด เมนูยำตามสั่ง อร่อยจัดจ้านทำเองได้ไม่ต้องสั่ง

สูตรยำแหนมข้าวทอด ตามร้านยำตามสั่งจะใส่หนังหมู ใครไม่กินก็จบ !

สูตรยำแหนมข้าวทอด แต่สำหรับยำแหนมข้าวทอดสูตรนี้ใส่หมูสับแทนหนังหมู พร้อมกับวิธีทำข้าวทอดกรอบอร่อย

ส่วนผสม ข้าวทอด
-ข้าวสวยหุงสุก
-น้ำพริกแกงเผ็ดสำเร็จรูป
-ไข่ไก่
-แป้งทอดกรอบ
-น้ำตาลทราย
-เกลือ
-น้ำมันพืช (สำหรับทอด)

ส่วนผสม ยำแหนมข้าวทอด
-แหนม
-หมูสับ
-ขิงซอย
-พริกป่น
-น้ำปลา
-มะนาว
-ต้นหอม
-ผักชี
-ถั่วลิสง

วิธีทำยำแหนมข้าวทอด
1. นำข้าวที่หุงมาผสมน้ำพริกแกงเผ็ด ไข่ไก่ แป้งทอดกรอบ น้ำตาลทราย และเกลือ ปั้นเป็นก้อนกลม
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไปให้ท่วมหน่อย รอจนเดือดใส่ข้าวปั้นลงไป กลิ้งไปกลิ้งมาจนข้าวพองและกรอบนอกนุ่มใน ใส่หมูสับลวกลงไป แล้วเอาแหนมไปนึ่งสักนิดก่อนใส่ลงไป
3. ตามด้วยขิงซอย พริกป่น น้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำมะนาว ต้นหอม ผักชี ถั่วลิสง และข้าวทอดที่เตรียมไว้ขยี้ลงไป คลุก ๆ ขยำ ๆ จนเข้ากัน ตักใส่จาน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

สูตรผัดผักรวม สูตรเมนูกับข้าวยอดฮิต ประจำร้านข้าวแกงไปเมื่อไรก็เจอ

สูตรผัดผักรวม เอ่ยถึงเมนูผัดผักรวมเชื่อว่าต้องเห็นทุกวันตามร้านข้าวแกงแน่นอน

สูตรผัดผักรวม แต่บางครั้งผักที่อยากกินก็ไม่ใช่ที่เขาทำ เพื่อตัดปัญหาทำเองกันเลย สูตรจาก เฟซบุ๊ก ทำอาหารในแบบง่าย ๆ ตามสไตล์ Rita จับผักตามชอบผัดกับหมูกรอบ หรือใส่เต้าหู้แทนก็ได้

ส่วนผสม ผัดผักรวม

• กระเทียมบุบ 2-3 กลีบ
• น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
• ผักรวม 400 กรัม
• น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
• ซอสหอยนางรม 3 ช้อนโต๊ะ
• ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย
• หมูกรอบ 100 กรัม

วิธีทำผัดผักรวม

• 1. ใส่กระเทียมกับน้ำมันพืชลงในกระทะ เปิดไฟแรงสุด
• 2. พอกระเทียมเริ่มหอม ให้ใส่ผักที่สุกยากลงไปผัดก่อน
• 3. ตามด้วยผักอื่น ๆ
• 4. ใส่น้ำเปล่าลงไปผัดพอน้ำระเหยสักครู่
• 5. ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากัน
• 6. ใส่หมูกรอบลงไปแล้วผัดให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

สรรพคุณผักกาดขาว สรรพคุณดี๊ดี แก้ท้องผูก บรรเทาหวัดก็ได้

สรรพคุณผักกาดขาว เป็นผักที่หากินได้ทุกฤดู

สรรพคุณผักกาดขาว ที่สำคัญยังนำมาทำอาหารได้หลายเมนู รสชาติก็ออกหวาน ๆ กรอบ ๆ อร่อยอย่าบอกใครเลยเนอะ และในเมื่อผักกาดขาวปั๊วะขนาดนี้เราก็ไม่อยากพลาดสรรพคุณของผักกาดขาว ต้องหยิบมาเสนอให้ได้รู้โดยทั่วกัน

ผักกาดขาว ผักนี้มีที่มา

ผักกาดขาวเป็นผักที่เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน โดยมีการค้นพบเมล็ดผักกาดขาวในหลุมศพของชาวจีนโบราณ ทั้งนี้ชาวจีนจะเรียกผักกาดขาวว่า แปะฉ่าย (แต้จิ๋ว) และผักกาดขาวยังถือเป็นอาหารสำคัญของชาวจีนโบราณอีกด้วย

ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์ของผักกาดขาวคือ Brassica Chinensis L. ผักกาดขาวเป็นพืชในวงศ์ Brassicaceae มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Chinese White Cabbage

ลักษณะผักกาดขาว

ลักษณะของผักกาดขาวใบจะอยู่ในลักษณะห่อปลียาวหรืออาจห่อหลวม ๆ สีของใบเป็นสีขาวอมเหลืองไปจนถึงสีเขียวอ่อน ๆ ผักกาดขาวเป็นพืชอายุสั้น โดยมีอายุแค่ปีเดียว มีระบบรากตื้น ดอกมีสีเหลืองยาวประมาณ 1 เซนติเมตร

คุณค่าทางโภชนาการของผักกาดขาว

ผักกาดขาวปริมาณ 100 กรัม ให้คุณค่าทางโภชนาการดังที่กองอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุไว้ตามนี้

– พลังงาน 11 กิโลแคลอรี

– น้ำ 96.6 กรัม

– โปรตีน 1.5 กรัม

– ไขมัน 0.1 กรัม

– คาร์โบไฮเดรต 1.1 กรัม

– ไฟเบอร์ 0.5 กรัม

– เถ้า 0.7 กรัม

– แคลเซียม 7 มิลลิกรัม

– ฟอสฟอรัส 20 มิลลิกรัม

– ธาตุเหล็ก 0.4 มิลลิกรัม

– เบต้าแคโรทีน 11 ไมโครกรัม

– วิตามินเอรวม 2 ไมโครกรัม

– ไทอามิน 0.07 มิลลิกรัม

– ไรโบฟลาวิน 0.24 มิลลิกรัม

– ไนอะซิน 1.2 ไมโครกรัม

– วิตามินซี 52 มิลลิกรัม

ผักกาดขาว สรรพคุณดี๊ดี

1. แก้ท้องผูก

ผักกาดขาวมีไฟเบอร์สูง ช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้ อีกทั้งในตำรายาจีน ผักกาดขาวมีรสหวาน รสไม่ร้อนไม่เย็น ช่วยระบายอุจจาระ ลดอาการอึดอัด นอกจากนี้ในผักกาดขาวยังมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มาก จึงช่วยในการย่อยอาหาร ช่วยถนอมน้ำในลำไส้ บรรเทาอาการอุจจาระแข็ง

2. แก้หวัด

จะเห็นได้ว่าผักกาดขาวเป็นผักที่มีวิตามินซีค่อนข้างสูง มีส่วนกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันหวัด และช่วยบรรเทาอาการหวัดได้ โดยสามารถกินเมนูผักกาดขาวหรือจะนำรากผักกาดขาว 1 กำมือ มาต้มน้ำดื่มก็ได้เช่นกัน

3. แก้ไอ

มีการศึกษาพบว่า ผักกาดขาวมีวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม และสารอาหารต่าง ๆ ที่ช่วยต้านอาการอักเสบ และแก้ไอได้

4. แก้เมาค้าง

ผักกาดขาวมีฤทธิ์ขับสุราทางปัสสาวะ ลดความร้อนรุ่มบริเวณอก เนื่องจากผักกาดขาวมีน้ำเป็นส่วนประกอบมากนั่นเอง หากเมาค้างลองกินต้มจืดผักกาดขาวสักถ้วยก็น่าจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ไม่มากก็น้อยค่ะ

5. แก้พิษจากการกินมันสำปะหลังดิบ

ต้นผักกาดขาว นำมาต้มเอาน้ำดื่มจะช่วยแก้พิษจากการรับประทานมันสำปะหลังดิบได้

6. บรรเทาผิวหนังอักเสบ

ผักกาดขาวสามารถบรรเทาอาการผิวหนังอักเสบจากการแพ้ได้ด้วย โดยนำผักกาดขาวสด ล้างให้สะอาด แล้วนำมาตำพอแหลก จากนั้นให้นำมาพอกแก้ผิวหนังอักเสบได้เลย

ผักกาดขาว ทำเมนูอะไรได้บ้าง

– 7 เมนูจากผักกาดขาว อร่อยย่อยง่ายไม่จำเจ ผักเน้น ๆ

ข้อควรระวังในการกินผักกาดขาว

1. สำหรับผู้ที่มีกระเพาะเย็น กล่าวคือ มีอาการแน่นท้อง อาหารไม่ย่อย อาเจียน ไม่ควรกินผักกาดขาวมาก เพราะอาจทำให้อาเจียน มีน้ำลายเป็นฟองได้

2. ควรเลือกกินผักกาดขาวที่สดใหม่ ไม่เน่า ไม่เสีย และควรล้างให้สะอาดก่อนกินทุกครั้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com

สูตรก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ใส่ปลาหมึกกรอบหอมกลิ่นก้นกระทะ พร้อมสูตรหมักไก่นุ่ม

สูตรก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ สูตรอาหารจานเดียวใส่ปลาหมึกกรอบ

สูตรก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ผัดจนหอมกลิ่นกระทะไหม้ เอาล่ะ… เตรียมจานชามมาต่อคิวรอได้เลย

เอ่ยถึงก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่เยาวราชกับก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ราชวัตร แม้จะอร่อยแต่ขี้เกียจต่อคิวซื้อ วันว่าง ๆ ลองมาทำเองดีไหม รับรองอร่อยไม่แพ้ที่ไหนแน่นอน กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ สูตรจาก คุณ maekwansri สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม (#maekwansri) จับไก่หมักผัดกับปลาหมึกกรอบ ตอกไข่เคล้ากับเส้นใหญ่ สุดท้ายใส่ต้นหอม และโรยปาท่องโก๋ตัวเล็ก กินกับซอสพริกยิ่งอร่อย ใครอยากดัดแปลงทำก๋วยเตี๋ยวคั่วกุ้งหรือก๋วยเตี๋ยวคั่วหมูก็เข้าท่านะคะ

ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ใส่เครื่องเยอะ ๆ โดย คุณ maekwansri สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม (#maekwansri)

ช่วงวันหยุดยาวมาชวนทำก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่กินกัน เหมาะที่จะทำกินกันในครอบครัว เป็นอีกเมนูที่เราชอบกิน เห็นร้านขายไม่ได้ต้องซื้อกินตลอด แถวบ้านไม่มีร้านขาย ต้องทำกินเองจ้า

ส่วนผสม ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่

• เส้นก๋วยเตี๋ยว
• สันในไก่
• ปลาหมึกกรอบ
• ไข่
• น้ำมันหอย
• ซีอิ๊วขาว
• น้ำตาลทราย
• พริกไทย
• แป้งข้าวโพด
• น้ำมันงา
• ต้นหอมซอย
• ผักกาดหอม
• พริกไทย
• ปาท่องโก๋ตัวเล็กทอดกรอบ
• น้ำมัน
วิธีทำก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่

1. หมักไก่ด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย พริกไทย แป้งข้าวโพด และน้ำมันงา คลุกเคล้าให้เข้ากัน เก็บไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหรือทั้งคืน
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันรอจนร้อนจัด ใส่ไก่หมักลงไปผัด ตามด้วยปลาหมึกกรอบ ผัดให้เข้ากัน
3. ตอกไข่ลงไป เกลี่ยไข่ให้พอแตกทิ้งไว้ 30-45 วินาที ใส่ก๋วยเตี๋ยวลงไป ปรุงรสตามชอบ ผัดให้เข้ากัน ทิ้งไว้ให้เส้นเกรียมเล็กน้อย
4. ใส่ต้นหอมซอยลงไป ผัดให้เข้ากัน ตักใส่จานรองผักกาดหอม โรยพริกไทยและปาท่องโก๋ทอดกรอบ เสิร์ฟพร้อมซอสพริก และพริกน้ำส้มได้เลย
ไม่ใส่ซอสเหยาะพริกไทยก็อร่อย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

มาม่าต้มยำ สูตรอาหารมื้อดึก ถอดแบบสตรีตฟู้ดเจ้าดัง ทำเองได้แบบโฮมเมด

มาม่าต้มยำ เอ่ยถึงมาม่าโอ้โหหรือมาม่าเจ๊โอวหลายคนคงร้องอ๋อ… ยาว ๆ

มาม่าต้มยำ เพราะเป็นอาหารมื้อดึกแนวสตรีตฟู้ดสุดฮิต ใครขี้เกียจไปต่อคิวซื้อหรือแต่งตัวออกจากบ้านดึกดื่น ลองมาทำเองกันเถอะ พบกับวิธีทำมาม่า สูตรเครื่องแน่นใส่หมูทอด หมูบด กุ้งชุบแป้งทอด ผักลวก และไข่ดิบ ปรุงรสด้วยเครื่องต้มยำสุดเข้มข้น

-ส่วนผสม มาม่าโอ้โห
-เนื้ออกไก่ เนื้อหมู หรือกุ้ง
-เกลือป่น เล็กน้อย
-พริกไทยป่น เล็กน้อย
-หมูบด 200 กรัม
-น้ำมันหอย
-ซีอิ๊วขาว
-น้ำตาลทราย
-ไข่ไก่ 4 ฟอง
-บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสต้มยำกุ้ง
-น้ำมันพืชสำหรับทอด
-แป้งชุบทอด
-กะหล่ำปลีซอย (ผักบุ้งหรือผักกาดขาว ตามชอบ)
-ผักชีฝรั่งซอย (โรยหน้า)
-มะนาว

วิธีทำมาม่าโอ้โห
1. ทำหมูทอดโดยหั่นเป็นแผ่นค่อนข้างหนาและใหญ่ (เวลาหั่นออกมาเป็นแผงจะได้เรียงสวย ๆ) นำไปหมักกับเกลือป่นและพริกไทยป่นให้พอมีรสชาติ (ระวังอย่าเค็มเกินไป) หมักเตรียมไว้
2. ผสมหมูบดกับน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และไข่ไก่ 1 ฟองเข้าด้วยกัน นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 20 นาที
3. ต้มน้ำจนเดือด ตักเนื้อหมูบดหมักเครื่องเป็นก้อน ๆ ลงไปลวกจนสุก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ พักไว้
4. ตีไข่ไก่อีก 1 ฟองพอแตก เตรียมไว้สำหรับชุบทอด และเตรียมแป้งชุบทอดใส่จานไว้ให้พร้อม จากนั้นใส่น้ำมันลงในกระทะแล้วนำขึ้นตั้งไฟ พอน้ำมันร้อน นำหมูที่หมักไว้ลงไปคลุกกับแป้งชุบทอดให้ทั่ว แล้วนำไปชุบไข่ไก่ให้ทั่ว สุดท้ายชุบแป้งอีกครั้ง และทำแบบเดียวกันกับกุ้ง
5. นำหมูกับกุ้งชุบแป้งลงไปทอด ด้วยไฟกลาง ค่อยๆ ทอดจนเหลืองดีแล้วก็ตักขึ้นพักไว้
6. ใส่น้ำลงในหม้ออีกใบ ต้มจนเดือดแล้วใส่ผักและเส้นมาม่าลงไปลวกตามชอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำเตรียมไว้
7. ใส่เครื่องมาม่าลงในน้ำซุปที่ต้มหมูบดไว้ บีบมะนาวลงไปเล็กน้อย คนผสมให้เข้ากัน
8. นำเส้นมาม่าลวกสุกใส่ลงในชาม ตามด้วยผักลวก หมูบดลวก จากนั้นตักน้ำซุปต้มยำร้อน ๆ ลงไป ตามด้วยหมูทอดหั่นเป็นชิ้น ๆ ตอกไข่ไก่ดิบลงไปโรยด้วยผักชีฝรั่งซอย และมะนาวฝานบาง ๆ พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com