ผักชี ผักสวนครัว สมุนไพร สรรพคุณของต้นผักชีมีอะไรบ้าง

ผักชี คือ ผักสวนครัว พืชล้มลุก นิยมนำมารับประทานเป็นอาหาร สมุนไพร คุณค่าทางโภชนากการของผักชี สรรพคุณของผักชี เช่น ช่วยเจริญอาหาร ลดน้ำตาลในเลือด

ผักชี มีชื่อสามัญว่า Coriander ชื่อวิทยาศาสตร์ของผักชี คือ Coriandrum sativum L. ชื่อเรียกอื่นๆของผักชี เช่น ผักชีไทย ผักหอม ยำแย้ ผักหอมป้อม ผักหอมผอม ผักหอมน้อย เป็นต้น ต้นผักชี มีถิ่นกำเนิดในแถบเมดิเตอร์เรเนียน เป็นพืชล้มลุกที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว

ผักชีในประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย ผักชี จัดเป็นพืชเศรษฐกิจ นิยมปลูกขาย และ ปลูกกินตามบ้านทั่วไป ซึ่งการปลูกผักชีในประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกมาก ได้แก่ จังหวัดราชบุรี จังหวัดนครปฐม และ กรุงเทพมหานคร ผักชีสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี โดยมี สายพันธุ์ผักชีที่นิยมปลูก 2 สายพันธ์ คือ ผักชีพื้นเมือง และ ผักชีแอฟฟริกา โดยรายละเอียด ดังนี้

  • ผักชีพันธุ์พื้นเมือง ลักษณะเด่น คือ ต้นขนาดเล็ก ใบบาง เมล็ดเล็ก ออกดอกเร็ว อายุสั้น มีกลิ่นฉุนมาก
  • ผักชีพันธุ์อาฟริกา ลักษณะเด่น คือ ต้นมีขนาดใหญ่ ใบหนาและใหญ่ มีกลิ่นหอมเล็กน้อย และอายุยาวกว่าผักชีพันธุ์พื้นเมือง

ผักชี

ลักษณะของต้นผักชี

ต้นผักชี เป็นพืชล้มลุก อายุสั้น มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว มีถิ่นกำเนิดในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ปัจจุบันนิยมปลูกและรับประทานทั่วไปในประเทศไทย สามารถขยายพันธ์โดยการเพาะเมล็ด ลักษณะของต้นผักชี มีดังนี้

  • ลำต้นของผักชี มีลักษณะตั้งตรง ภายในลำต้นกลวง มีกิ่งก้านเล็กๆ ผิวลำต้นเรีบย มีสีเขียว หรือ น้ำตาลอมแดง ลำต้นจะสูงประมาณ 15 นิ้ว
  • รากของผักชี มีรากแก้ว แต่ไม่ยาว มีรากฝอยจำนวนมาก
  • ใบของผักชี มีลักษณะเป็นใบเดียว เป็นแฉกๆ รูปพัด สีเขียว มีกลิ่นหอม
  • ดอกของผักชี ซึ่งดอกของผักชีจะออกเป็นช่อ ออกจากโคนลำต้น ตั้งตรงเหนือยอดต้น ดอกมีขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว
  • เม็ดผักชี มีลักษณะเป็นทรงกลม ออกมาจากดอกของผักชี ใช้เป็นส่วนในการขยายพันธ์ผักชี

คุณค่าทางโภชนาการของผักชี

สำหรับประโยชน์ด้านโภชนาการของผักชีนั้น นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของผักชีสดๆ ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงานถึง 23 กิโลแคลอรี และ มีสารอาหารสำคัญต่างๆ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 3.67 กรัม น้ำตาล 0.87 กรัม กากใยอาหาร 2.8 กรัม ไขมัน 0.52 กรัม โปรตีน 2.13 กรัม น้ำ 92.21 กรัม วิตามินเอ 337 ไมโครกรัม เบตาแคโรทีน 3,930 ไมโครกรัม ลูทีนและซีแซนทีน 865 ไมโครกรัม วิตามินบี1 0.067 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.162 มิลลิกรัม วิตามินบี3 1.114 มิลลิกรัม วิตามินบี5 0.57 มิลลิกรัม วิตามินบี6 0.149 มิลลิกรัม วิตามินบี9 62 ไมโครกรัม วิตามินซี 27 มิลลิกรัม วิตามินอี 2.5 มิลลิกรัม วิตามินเค 310 ไมโครกรัม ธาตุแคลเซียม 67 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 1.77 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 26 มิลลิกรัม ธาตุแมงกานีส 0.426 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 48 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 521 มิลลิกรัม ธาตุโซเดียม 46 …

ขนมเผือกกวน ขนมไทยที่แสนอร่อย และ เมนูขนมกวน พร้อมวิธีทำ

ขนมเผือกกวน คือ ขนมไทย เมนูขนมกวน วิธีทําขนมเผือกกวน ง่ายๆ สามารถทำกินเองที่บ้านได้ ขนมไทยโบราณ เมนูเผือก ขนมหวานจากเผือก เคล็ดลับการทำขนมเผือกกวนมีอะไรบ้าง

ขนมเผือกกวน จัดเป็นขนมกวนแบบง่ายๆ เคล็ดลับความอร่อยของขนมเผือกกวน คือ การเลือกวัตถุดิบที่ดี การเตรียมอาหาร และ การปรุงรสชาติ สูตรขนมจากเผือก ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำขนม เมนูเผือก

เผือก คือ พืชชนิดหัว สรรพคุณของเผือก เป็นแป้ง ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย ใช้เป็นยาลดไข้ ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ช่วยบำรุงลำไส้ แก้อาการท้องเสีย ช่วยบำรุงไต

ขนมเผือกกวน

ส่วนผสมสำหรับทำเผือกกวน

  • เผือก ครึ่งกิโล
  • หัวกะทิ 2 ถ้วย
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต้ะ
  • เนื้อมะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 1 ขีด
  • น้ำตาลปี๊บ 1 กิโลกรัม
  • เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำเผือกกวน

  1. เริ่มจากการเตรียมอาหารก่อน โดย นำเนื้อมะพร้าวขูด ไปนึ่งให้สุก จากนั้นนำมาพักเอาไว้ก่อน
  2. เตรียมเผือก โดย ปลอกเปลือกเผือก นำเผือกไปแช่น้ำให้อิ่มตัว จากนั้นนำไปนึ่งในหม้อนึ่งให้สุก นึ่งประมาณ 2 ชั่วโมง
  3. จากนั้นนำเนื้อเผือกมาบดให้เป็นเนื้อเดียวกัน
  4. ตั้งกระทะ นำหัวกะทิ ไปต้มในไฟอ่อนๆ ปรุงรสด้วย น้ำตาลปี๊บ และ เกลือ ผสมให้เข้ากันได้รสชาติของกะทิหวานๆ
  5. จากนั้นนำเผือกบด และ เนื้อมะพร้าวขูด ลงไปผสมกับน้ำกะทิ จากนั้นกวนไปเรื่อยๆจนเผือกกวนเริ่มแห้งเหนียว
  6. จากนั้นนำเผือกกวน ไปกดลงในแทนพิมพ์ขนม หรือ แต่งให้เป็นรูปทรงต่างๆตามใจชอบ

พนันออนไลน์

เคล็ดลับการทำเผือกกวน

  • การเลือกใช้เผือก ให้เลือกเผือกที่ขนาดหัวใหญ่ๆ เนื่องจากได้เนื้อเผือกมาก เวลานำมาทำขนมได้มาก
  • การเตรียมเผือก ให้นำปลอกเปือกเผือก และ แช่น้ำเอาไว้ก่อน เพื่อให้เผือกอมน้ำ เวลานำไปนึ่ง จะได้เนื้อเผือกที่นุ่มๆ และ สุกง่าย เวลานำมาบด จะได้รสชาติเนียนๆ
  • น้ำตาล ที่เหมาะสมสำหรับนำมาทำขนมเผือกกวน ให้เลือกใช้ น้ำตาลปี๊บ เนื่องจากความหวาน และ ความหอม ของน้ำตาลปี๊บเหมาะสำหรับนำมาทำขนมไทย
  • การเลือกใช้กะทิ สำหรับนำมาทำเผือกกวน ให้เลือกใช้กะทิคั้นสดๆ เนื่องจาก ความหอมของกะทิสดๆ ให้ความหอม และ มันแบบธรรมชาติ การคั้นน้ำกะทิ ให้ทำการกรองด้วยผ้าขาวบาง อย่าให้มีเศษสกปรก เจือปนน้ำกะทิ
  • การปรุงรสกะทิ ให้นำเอากะทิไปเคี้ยวกับน้ำตาลปี๊บใส่เกลือเล็กน้อย เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม
  • ขนมเผือกกวน หากโดนลมจะแข็ง และ หยาบกระด้าง เวลาเก็บรักษาขนม ให้เก็บใส่กล่องอย่าให้โดนลม หรือ ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ วางคลุมเอาไว้ เพื่อรักษาความชื้นของขนม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

ตกขาว ระดูขาว หรือ มุตกิด อาการ สาเหตุ และการรักษาตกขาว

ตกขาว ระดูขาว หรือ มุตกิด คือ สิ่งคัดหลั่งจากอวัยวะในอุ้งเชิงกรานของสตรีไม่ว่าจะเป็นจากช่องคลอด ปากมดลูก หรือแม้กระทั่งจากตัวมดลูกเองก็ตาม

ตกขาว ปกติ (ที่เป็นธรรมดา) จะมีลักษณะเป็นมูกเหลวใส ไม่มีสี หรือเป็นสีขาวข้นคล้ายแป้งเปียก มีปริมาณเล็กน้อยพอชุ่มชื้นในช่องคลอด มีกลิ่นจำเพาะ ไม่เหม็น ไม่คัน และมีภาวะเป็นกรดอ่อน ๆ ส่วนปริมาณของตกขาวนั้นจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่โดยทั่วไปแล้วปริมาณของตกขาวจะมากขึ้นเป็นปกติในภาวะต่อไปนี้

  • ในช่วงหลังและก่อนการมีประจำเดือน ตกขาวจะมีลักษณะข้นเป็นสีออกขาว (คล้ายแป้งเปียก)
  • ช่วงกึ่งกลางระหว่างรอบเดือน (เป็นระยะที่มีการตกไข่) ตกขาวจะมีปริมาณมากและมีลักษณะเหลวใส
  • ในขณะตั้งครรภ์ก็พบว่ามีตกขาวมากขึ้นจนบางครั้งอาจจะเหนียวหนืด
  • การใช้ยาคุมกำเนิด
  • การกระตุ้นทางเพศสัมพันธ์ (ในขณะที่มีอารมณ์ทางเพศจะทำให้มีการหลั่งน้ำออกมาหล่อลื่นมากขึ้น) หลังจากมีเพศสัมพันธ์ก็จะมีตกขาวมากขึ้นได้เช่นกัน
  • ในขณะที่มีความวิตกกังวลมาก

ซึ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ โดยตกขาวที่ออกมานั้นอาจเป็นลักษณะปกติ แต่มีจำนวนมากขึ้นเป็นธรรมดาในแต่ละช่วงแต่ละภาวะ หรืออาจเป็นตกขาวผิดปกติที่มาจากสาเหตุอื่น ๆ ก็ได้ ซึ่งมีได้ทั้งสาเหตุที่มาจาก การติดเชื้อและสาเหตุที่ไม่ได้มาจากการติดเชื้อ

ตกขาว

สาเหตุของตกขาว

ตกขาวปกติ (Physiologic vaginal discharge) คือ สิ่งคัดหลั่งที่สร้างมาจากอวัยวะในอุ้งเชิงกรานของสตรีไม่ว่าจะเป็นจากช่องคลอด ผนังช่องคลอด ปากมดลูก หรือแม้กระทั่งจากตัวมดลูกเองก็ตาม โดยตกขาวจากแหล่งต่าง ๆ นี้จะมารวมกันในช่องคลอดเพื่อทำหน้าที่หลายอย่าง

เช่น ช่วยคงความอ่อนนุ่มชุ่มชื้นให้กับช่องคลอด ช่วยหล่อลื่นช่องคลอด ช่วยปรับสภาพความเป็นกรดด่างในช่องคลอดให้สมดุล ช่วยขับสิ่งแปลกปลอม และฆ่าเชื้อโรคที่เข้าไปในช่องคลอด

ตกขาวผิดปกติ (Pathologic vaginal discharge) มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศหญิง (ทั้งการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และการติดเชื้อที่ไม่เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์) ซึ่งพบได้เป็นส่วนใหญ่ และตกขาวที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ

วิธีรักษาตกขาว

  1. โดยทั่วไปตกขาวปกติ (ตกขาวธรรมดา) ไม่จำเป็นต้องทำการรักษาแต่อย่างใด เพียงแต่ปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามสุขอนามัยก็เพียงพอแล้ว
  2. หากมีอาการตกขาวผิดปกติดังที่กล่าวมา หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย หรือสงสัยว่าอาจมีสาเหตุที่ผิดปกติเกิดขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์หรือสูตินรีแพทย์ที่โรงพยาบาล เพื่อทำการตรวจภายในช่องคลอดและให้การรักษาไปตามสาเหตุที่ตรวจพบ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://medthai.com

น้ำใบเตย สูตรเครื่องดื่ม ที่มีคุณค่าไม่ใช่แค่กลิ่นหอม ยังช่วยบำรุงประสาท

น้ำใบเตย นอกจากมีกลิ่นหอมดื่มสดชื่นแล้วยังช่วยบำรุงประสาท บำรุงหัวใจ ลดความดันโลหิต

น้ำใบเตย ขอนำเสนอวิธีทำน้ำใบเตย จับใบเตยล้างให้สะอาดแล้วหั่นท่อน จากนั้นก็เอาไปต้มจนน้ำเป็นสีเขียวอ่อน กรองเอาแต่น้ำแล้วเทใส่แก้วน้ำแข็ง ใครจะทำน้ำใบเตยมะนาวหรือน้ำใบเตยใส่วุ้นก็อร่อยไปอีกแบบนะคะ

น้ำใบเตย

ส่วนผสม น้ำใบเตย

ใบเตยหอม
เกลือ เล็กน้อย
น้ำตาลทราย ปริมาณตามชอบ
น้ำเปล่า

วิธีทำน้ำใบเตย

ล้างใบเตยให้สะอาด หั่นเป็นท่อน
ตั้งน้ำจนเดือด ใส่ใบเตยลงไป ต้มไปเรื่อย ๆ จนเดือดและน้ำเปลี่ยนสี ตักเอาใบเตยออก ปิดเตา
ใส่น้ำตาลทรายและเกลือลงไปนิดหน่อย คนจนน้ำตาลละลาย ตักใส่แก้วน้ำแข็ง จัดเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

ร้อยไหมหน้าเรียว ต้องทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญในสถานพยาบาลเท่านั้น

ร้อยไหมหน้าเรียว หนึ่งในเทคนิคที่ได้รับความนิยมและมีการนำมาใช้ปรับรูปหน้า คือ เทคนิคการ “ร้อยไหม” โดยใช้ไหมละลายมาร้อยเป็นเครือข่ายบริเวณใต้ผิวหนัง

ร้อยไหมหน้าเรียว ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบทำให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ และกระตุ้นเซลล์ให้เกิดการดึงรั้ง ผิวหน้า ซึ่งต้องกระทำในสถานพยาบาล ห้ามร้านเสริมสวย หรือสถานบริการเสริมความงามประเภทอื่นๆ ให้บริการโดยเด็ดขาด

เพราะผู้ให้บริการมิใช่แพทย์ที่มีความชำนาญก็อาจจะเกิดผลกระทบต่อสุขภาพ ร่างกาย จนถึงขั้นเกิดความพิการต่อตัวผู้รับบริการ อาทิ ปากเบี้ยว, หน้าไม่สมมาตร, เกิดแผลเป็นนูน หรือคีลอยด์, ผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อเป็นหนอง จากขั้นตอนการให้บริการที่ไม่สะอาด หรือตาบอดถาวรได้

ร้อยไหมหน้าเรียว

“การร้อยไหมยังไม่มีผลการศึกษาทางการแพทย์ที่แน่ชัดถึงประสิทธิภาพ และความปลอดภัยในระยะยาว จึงต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ศึกษาถึงผลที่ได้รับและผลกระทบที่อาจจะเกิดก่อนรับบริการเสริมความงามด้วยเทคนิคนี้” นพ.ธงชัยกล่าว

นพ.ธงชัยกล่าวด้วยว่า ประการสำคัญ การเสริมความงาม ด้วยเทคนิคทางการแพทย์ประเภทใดก็ตาม ต้องเลือกรับบริการจากแพทย์และสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับบริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน และปลอดภัย

อย่างไรก็ดีทุกคนต่างมีความสวย-หล่ออยู่กับตัว แค่เพียง หันมาใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ทำจิตใจให้แจ่มใสเพียงเท่านี้ ก็จะช่วยผลัดกันให้เกิดความสวย-หล่อทั้งภายนอกและภายในได้โดยไม่ต้องอาศัยการศัลยกรรม หรือเทคนิคเสริมความงามแต่อย่างใด

สำหรับประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ที่เว็บไซต์ สพรศ. (http://mrd-hss.moph.go.th) ส่วน รายชื่อแพทย์ตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์แพทยสภา (www.tmc.or.th) และตรวจสอบแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมเสริมความงามที่เว็บไซต์สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย (www.plasticsurgery.or.th)

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.thaihealth.or.th

พะโล้เจ สูตรไม่ใส่เครื่องพะโล้ อาหารเจอิ่มสบายได้โปรตีน

พะโล้เจ ไม่ต้องพึ่งผงพะโล้หรือเครื่องพะโล้ก็อร่อย เพราะมีกลิ่นหอมจากเห็ดหอม แถมได้โปรตีนเน้น ๆ อิ่มย่อยง่ายใจสะอาด

พะโล้เจ เชื่อว่าหลายคนก็ตระเตรียมทำอาหารเจ กินในครอบครัว โดยเฉพาะเมนูพะโล้เจที่กินได้ทุกวัย ขอนำเสนอวิธีทำพะโล้เจ สูตรไม่ใส่ผงพะโล้หรือเครื่องพะโล้ แต่อร่อยด้วยกลิ่นเห็ดหอม ใส่หมี่กึง เต้าหู้ทอด และเห็ดหอม เติมสีสันจากซีอิ๊วดำ เอาล่ะ… มาเข้าครัวพร้อมกันเลยค่ะ

 

พะโล้เจ

 

ส่วนผสม ต้มพะโล้เจ

​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ เต้าหู้ทอด 3 ก้อน
​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ เห็ดหอมแห้ง (แช่น้ำจนนุ่ม) หรือเห็ดหอมสด 5 ดอก
​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ หมี่กึง (หั่นแว่น) 1/2 ถ้วย
​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ ซอสเห็ดหอม (เจ) 1/2 ช้อนโต๊ะ
​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ
​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำแช่เห็ดหอม 1 ถ้วย

วิธีทำพะโล้เจ

1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชเล็กน้อยลง พอร้อนใส่เห็ดหอมลงไปผัดจนหอม จากนั้นใส่หมี่กึงตามลงไปผัดจนสุก ตักใส่หม้อ เตรียมไว้
2. เติมน้ำแช่เห็ดหอมลงในหม้อ ใส่เต้าหู้ลงไป เปิดไฟกลางต้มจนเดือด ปรุงรสด้วยซอสเห็ดหอม เกลือป่น น้ำตาลปี๊บ ซีอิ๊วขาว และซีอิ๊วดำ คนให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ

 

กินเจปีนี้ต้องลองทำเมนูพะโล้เจแน่นอน เพราะทำหม้อเดียวกินได้หลายมื้อและอิ่มทั้งบ้าน ใครอยากกินน้ำซุปสีธรรมชาติไม่ต้องใส่ซีอิ๊วดำก็ได้ค่ะ รีบไปหุงข้าวกันเลยนะคะทุกคน

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://cooking.kapook.com

ทองหยิบ ขนมไทยเนื้อนิ่มหวานฉ่ำเป็นมันเงาจับจีบสวย ๆ น่ากินอีกด้วย

ทองหยิบ สูตรขนมไทย ทำจากไข่แดงล้วน ๆ หยิบเป็นกลีบสวยงาม อร่อยล้ำกินเพลิน

ทองหยิบ ขนมไทยโบราณดัดแปลงจากขนมโปรตุเกสโดยท้าวทองกีบม้า ในสมัยอยุธยา กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำทองหยิบ สูตรนี้ใช้ไข่แดงตีจนขึ้นฟูแล้วเอาไปหยอดในน้ำเชื่อม ใช้มือหยิบจับจีบให้สวยงาม จะเป็น 3 4 หรือ 5 กลีบก็ได้ตามสะดวกจ้า

ทองหยิบ

ส่วนผสม ทองหยิบ

• ไข่แดงของไข่เป็ด 4 ฟอง
• น้ำเปล่า 3 ถ้วย
• น้ำตาลทราย 1+1/2 ถ้วย

วิธีทำทองหยิบ

1. เติมน้ำและน้ำตาลทรายลงในกระทะทองเหลือง นำไปตั้งไฟอ่อน คนจนละลาย ปิดไฟ พักทิ้งไว้จนเย็นแล้วนำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง
2. เทน้ำเชื่อมลงในกระทะทองเหลือง ใช้ไฟกลางพอน้ำเชื่อมร้อน แต่ไม่ให้เดือดพล่าน
3. ตีผสมไข่แดงจนขึ้นฟู ตักหยอดลงในน้ำเชื่อม พอสุกทั้งสองด้านตักขึ้น พักไว้ให้เย็นแล้วจับจีบให้สวยงาม วางใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

เกิดมาไม่เคยทำขนมทองหยิบเลย วันนี้ขอลองทำสักครั้งดีกว่า กระทะทองเหลืองก็มี ส่วนผสมก็พร้อม ขาดแต่คนช่วยกินนี่แหละ ใครอาสาต่อคิวรอได้เลยนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

ผัดวุ้นเส้น เมนูอาหารที่อิ่มท้อง สามารถช่วยคุมน้ำหนักได้ดี

ผัดวุ้นเส้น เหมาะ สำหรับสาว ๆ คนไหนยังหาเมนูอร่อย ๆ ที่สามารถควบคุมน้ำหนักไม่ได้ แถมเบื่อกับเมนูสลัด หรือซุป

ผัดวุ้นเส้น เป็นเมนูที่อิ่มท้องหน่อยแต่แคลอรี่ต่ำ เราแนะนำนี่เลย ผัดวุ้นเส้น เมนูลดแป้งด้วยการใช้วุ้นเส้นแทน อิ่มท้องแถมได้ประโยชดน์ด้วยนะ

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • น้ำมันพืชสำหรับผัด
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • กุ้งสดปอกเปลือก (หรือเนื้ออกไก่) 100 กรัม
  • ขึ้นฉ่าย และต้นหอม หั่นเป็นท่อนสั้น 100 กรัม
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • วุ้นเส้นห่อเล็ก 1 ห่อ

ผัดวุ้นเส้น

วิธีทำ

1. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟปานกลางพอร้อน ใส่กระเทียมลงผัดจนหอม ใส่กุ้งลงผัดจนสุก จากนั้นใส่ขึ้นฉ่าย และต้นหอม ตามด้วยไข่ไก่ ยีให้ไข่ไก่พอสุก ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม และน้ำตาลทราย ผัดผสมให้เข้ากัน

2. ใส่วุ้นเส้นลงผัด เติมน้ำเปล่าเล็กน้อย ผัดจนเข้ากันดี ชิมรสตามชอบ ยกลงจากเตา ตักใส่จาน พร้อมรับประทาน

ถ้าใครไม่อยากกินอาหารทะเล หรือแพ้กุ้งก็เปลี่ยนเป็นเนื้อไก่ หรือจะไม่ใส่เนื้อสัตว์เลยก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ เพิ่มผักที่ชอบอีกสักนิด สาว ๆ น่าจะถูกอกถูกใจเมนูนี้นะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

สาหร่ายพวงองุ่น กับน้ำจิ้มซีฟู้ด เมนูลดความอ้วนจากสาหร่ายน้องใหม่เคี้ยวกรุบ

สาหร่ายพวงองุ่น กับน้ำจิ้มซีฟู้ดเมนูอร่อยจากสาหร่ายพวงองุ่นสุดง่าย ที่ไม่ต้องตระเตรียมอะไรให้มากความ แค่จับสาหร่ายพวงองุ่นไปล้างน้ำให้สะอาดแล้วจิ้มกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดก็เพียงพอ

สาหร่ายพวงองุ่น กินเป็นมื้อเย็นก็แจ๋วได้เป็นเมนูลดความอ้วนใหม่ ๆ ที่อยากให้สาว ๆ อยากฟิตหุ่นแต่ขี้เกียจทำอาหารได้ลิ้มลองกัน

สาหร่ายพวงองุ่น

ส่วนผสมสาหร่ายพวงองุ่นกับน้ำจิ้มซีฟู้ด

  • สาหร่ายพวงองุ่น
  • น้ำจิ้มซีฟู้ด
  • น้ำเปล่า
  • น้ำเย็นจัด

วิธีทำสาหร่ายพวงองุ่นกับน้ำจิ้มซีฟู้ด

  • ล้างสาหร่ายพวงองุ่นให้สะอาด โดยการล้างผ่านน้ำสะอาด ดูบอลออนไลน์
  • จากนั้นนำไปใส่ในน้ำเย็นจัดทิ้งไว้ 15 นาที
  • ตักสาหร่ายพวงองุ่นขึ้นสะเด็ดน้ำแล้วใส่ภาชนะ
  • เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู้ด

ห้ะ ! อะไรนะ ! ทำไมมันง่ายอย่างนี้ล่ะคะคุณผู้ชมขา… บทคนมันจะผอมอะไรก็ง่ายดายไปหมดเลยเนอะ ขออนุญาตไปเดินทางตามหาสาหร่ายพวงองุ่นสักครู่แล้วเราจะผอมไปด้วยกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com